วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559

บทที่ 4 นิมิตและการนึกนิมิต 第四章所缘与观想所缘

บทที่ 4 นิมิตและการนึกนิมิต

第四章所缘与观想所缘

ในขณะฝึกปฏิบัติสมาธิ หลายท่านมักจะพบกับสภาวะที่ใจซัดส่ายไปมา บางครั้งก็มีความคิด ที่ปรากฏเป็นภาพของคน สัตว์ สิ่งของ ที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง พบเห็นหรือเคยเจอมา บางครั้งก็อาจปรากฏ เป็นเสียงของคน สัตว์ สิ่งของ เป็นต้น สำหรับผู้ฝึกปฏิบัติใหม่จึงรู้สึกว่าเป็นการยากในการที่จะทำให้ ใจของเราสงบหยุดนิ่ง ดังนั้นในการฝึกปฏิบัติสมาธิเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายพระเดชพระคุณพระ มงคล-เทพมุนีได้แนะนำให้ใช้การนึกนิมิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ใจของเราสงบ และเกิดเป็นสมาธิได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรจะได้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับนิมิต และการนึกนิมิตเพื่อให้สามารถนำไปฝึกปฏิบัติในขณะทำสมาธิได้

在修行禅定时,有些人常常会碰到心摇摆不定的情况。有的时候这 些人的想法中,会出现人、动物或物品的画面,而这些画面则是与自己 有联系、遭遇或曾经遇见过的。有时候则可能出现人、动物或物品的声 音等等。对于那些刚开始修行的人来说,让他们感觉最为困难的一个环 节是让心宁静和止歇。而在修行禅定中,帕蒙昆贴牟尼袓师也曾教导过 对观想所缘的使用,那是一个能够帮助我们的心容易宁静和容易入定的 方式。因此,为了能够在修行禅定中得以运用,我们应该来学习和了解 关于所缘与观想所缘的知识。

4.1 ความหมายของนิมิต

นิมิต คือเครื่องหมายสำหรับให้จิตกำหนด ประโยชน์ของนิมิตมีไว้เพื่อเป็นที่ยึดที่เกาะของใจเช่นเดียวกับคำภาวนา ทำให้ใจไม่ซัดส่ายไปที่อื่น จะได้หยุดนิ่งอยู่ภายใน นิมิตจึงเปรียบประดุจเป็นยานพาหนะที่จะดึงใจของเราให้หลุดพ้นจากความวุ่นวาย ในชีวิตประจำวัน แล้วนำไปสู่เป้าหมายคือ เข้าถึงปฐมมรรคภายในซึ่งเป็นดวงธรรมเบื้องต้น
4. 1所缘的含义

所缘,是作为限定心的标记。所缘的作用是为了将心吸引住,如同 佛圣号一样。使心不会想到别处,而是静止在体内。所缘犹如一辆车, 载着我们的心逃离混乱的日常生活,而证得初道法球。

4.2 ประเภทของนิมิต

4.2 所缘的种类

นิมิตแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1.บริกรรมนิมิต คือ นิมิตขั้นเตรียมหรือเริ่มต้น ได้แก่ สิ่งใดก็ตามที่กำหนดเป็นอารมณ์์ ในการเจริญสมาธิ เช่น ดวงกสิณที่เพ่งดู ลมหายใจที่กำหนด หรือพุทธคุณที่กำหนดนึกเป็นอารมณ์ว่า อยู่ในใจ เป็นต้น
2.อุคคหนิมิต คือ นิมิตที่ใจเรียนหรือนิมิตติดตา ได้แก่ บริกรรมนิมิตที่เพ่งหรือกำหนด จนเห็น แม่นยำกลายเป็นภาพติดตาติดใจ เช่น ดวงกสิณที่เพ่งจนติดตาหลับตามองเห็น เป็นต้น ภาพที่เห็นอย่างไร นิมิตจะมีสภาพอย่างนั้น
3.ปฏิภาคนิมิต คือ นิมิตเสมือนนิมิตคู่เปรียบ หรือนิมิตเทียบเคียง ได้แก่ นิมิตที่เป็นภาพเหมือน ของอุคคหนิมิต แต่ติดลึกเข้าไปอีก จนเป็นภาพที่สามารถนึกขยายหรือย่อส่วนได้ตามปรารถนา นิมิตจะมีลักษณะที่เปลี่ยนจากของมีสีกลายเป็นของที่มีลักษณะใส
所缘分为三个种类,即是:
1.似相,也就是什么事物都要按照精进修行中的心情来决定。例如,用 光球(可借助来推进禅定的圆圈)仔细的观察呼吸的频率,或者规定 在心中要意念到的佛德等。
2.取相,也就是注视或规定的似相,直至清晰及准确看见画面的转变而 深深印在脑海中。例如,凝视的光球无论是在睁眼和闭眼时都可以看 见,等等。看到怎样的图像,所缘就会有怎样的状态。
3.观相,也就是跟取相的图像一样的所缘,但更深层次,即是能够如愿 的转移或缩小比例的图像。所缘的特征由多种颜色转变为清澈透明的 性质。
คำอธิบายนิมิตในแง่ของการปฏิบัติ
1.บริกรรมนิมิต1) คือสิ่งที่เราสร้างขึ้น วาดมโนภาพขึ้นมา อย่างเช่นนึกถึงดวงแก้ว เราก็วาดมโนภาพ เป็นดวงกลมๆ ใสบริสุทธิ์ นี่ถ้านึกถึงพระแก้วในขั้นของบริกรรมนิมิต ก็เห็นลัวๆ ลางๆ เป็นเค้าเป็นโครง รูปร่างของท่านไม่ชัดเจนเท่าไร แต่ถ้าหากเราประคองไปเรื่อยๆ อย่างสบายใจ ภาวนาสัมมาอะระหังไปด้วย นึกถึงบริกรรมนิมิตไปด้วย ไม่ช้าบริกรรมนิมิตนั้นจะชัดเจนขึ้น ชัดในขั้นของอุคคหนิมิต
从修行的方面对所缘解释

1.似相,1是我们设想和想象而来的事物。例如,意念光球时,我们就将 它想象为清澈透明的圆形光球。如果在似相的阶段意念水晶佛,那么 就只会迷迷糊糊的看见其轮廓而已。但如果我们保持舒适的心,同时 诵念“三玛阿罗汉”,意念着似相且一直保持下去,不久就会越来越清 晰,直至到达取相的阶段。
2.อุคคหนิมิต คือนิมิตที่เราจำลองจากข้างนอกเข้าไปสู่ข้างในลักษณะดวงแก้วข้างนอกเป็น อย่างไร ลักษณะดวงแก้วภายใน ในขั้นของอุคคหนิมิตก็จะเป็นอย่างนั้น คือชัดเจนได้ 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนลืมตาเห็น ในขั้นที่ชัดเจนเหมือนลืมตาเห็น เรียกว่า อุคคหนิมิต
2.取相,是我们从外部复制到内部的所缘,外部光球的特征如何,那么 取相阶段中的光球特征也如此。即能够用眼睛清晰可见,这种用眼睛 清晰可见的阶段称之为:取相。
3.ปฏิภาคนิมิต พอถึงขั้นนี้ นิมิตจะขยายใหญ่ขึ้น แล้วนึกให้เล็กลง ก็เล็กได้ นึกขยายก็ขยายได้ เกิดขึ้นเมื่อใจหยุดนิ่งแน่น ร่างกายเหมือนถูกตรึงติดไว้กับพื้น ไม่ขยับเขยื้อน ใจไม่ซัดส่ายไปคิดเรื่องราวต่างๆ ตรึกติดกับภาพนิมิตนั้น จะเป็นดวงแก้วก็ตามหรือองค์พระก็ตามตรึงติดแน่นเลย สมาธิระดับนี้ ถ้านึกนิมิตเป็นดวงแก้วก็จะใส สว่าง มีแสงออก มีรัศมีออกมา สว่างเจิดจ้า นุ่มนวลฟ่องเบาเหมือนฟองสบู่อย่างนั้น ถ้าเป็นองค์พระก็จะสุกใส ใสยิ่งกว่าเพชร สว่างจนกระทั่งเท่าดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันหรือยิ่งกว่านั้น
 3.观相,到了这一个阶段时,所缘会渐渐扩大起来。然后意念让其变小 或扩大都可以。这些都是在心静定、身体仿佛紧贴于地面,不会动摇,

心无旁骛时才产生的。一心系着所缘的画面,不管是光球或佛像都可 以,都要稳定的护持。这一个阶段的禅定,意念到的所缘将是透明、 光亮的光球,散发的光芒很亮,且柔和得如同肥皂泡沬。如果是佛像, 就会非常的透明如钻石一般,散发的光亮就像是中午的阳光一样或更亮。
ในขั้นของบริกรรมนิมิตนั้นยังฝืนอยู่2) พอถึงขั้นอุคคหนิมิตจะไม่ฝืน จะเริ่มชอบ พอขั้นปฏิภาคนิมิต จะมีความสนุก มีความเพลิน ใจก็เป็นหนึ่งที่เรียกว่า เอกัคคตา ไม่ซัดส่ายไปที่อื่น ไม่มีความคิดอื่นผ่านเข้ามาในใจ จะมีแต่นิมิตที่สุกใสสว่าง มีชีวิตขึ้นมาทันที
在似相的阶段还可能勉强存在2,可是到了取相的阶段时就不会强行的存在了,而会开始喜欢。到了观相的阶段,将会感觉很有趣,此时的心称之为一心一意,不会转移到别的地方,也不会有别的想法进入心中。
只有晶莹剔透的所缘随即产生。

4.3 นิมิตที่ไม่ควรนึกถึง

4.3 不应观想的所缘

นิมิตที่ไม่ควรนึกถึงคือสิ่งที่เรานึกถึงแล้วทำให้ใจของเราไม่สงบ และทำให้ใจเลื่อนลอยออกจากศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ถือเป็นนิมิตเลื่อนลอยไม่ใช่ของจริง เราสามารถแบ่งนิมิตเหล่านั้นออกง่ายๆ ได้ 3 ประเภทคือ
不该观想的所缘,就是当我们观想此事物后,会让心不能宁静,以 及让心脱离身体中央第七点。这被认为是漂浮的所缘,不是真实的。我 们可以将那种所缘分为三类,即是:
1.ภาพที่เกี่ยวกับกาม นึกแล้วทำให้ใจเกิดความกำหนัดยินดี อย่างเช่นการที่บางคนนึกถึงแฟนสาว หรือภาพอนาจารต่างๆ
2.ภาพที่เกี่ยวกับพยาบาท นึกแล้วทำให้ใจเกิดโทสะ ความโกรธหรือทำให้เกิดความแค้นเคือง อย่างเช่น ภาพคนที่เป็นคู่เวรคู่อาฆาตกัน ภาพสิ่งของที่เราไม่ชอบ
3.ภาพเกี่ยวกับการเบียดเบียน ที่นึกขึ้นแล้วทำให้เราเกิดอารมณ์ในทางเบียดเบียนให้ผู้อื่นและตนเองเดือด ร้อน เช่น นึกถึงภาพสงคราม การฆ่าฟันกัน การตีรันฟันแทง เป็นต้น
     สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรนึกถึงเพราะทำให้ใจของผู้ปฏิบัติฟุ้งซ่านไม่เป็นทางมาแห่งความสงบใจได้ จึงไม่ควรนึกถึง

1.与情欲有关的图像,意念了之后心会产生快乐的欲望。例如,有些人 会意念到女朋友或者各种色情物品。
2.与仇恨有关的图像,意念了之后心就会产生激怒、恼火或愤恨。例如, 人与人之间相互仇杀的画面,或者我们所不喜欢的画面。
3.与侵扰有关的图像,意念了之后会让我们产生糟糕的情绪,让他人和 自己痛苦。例如,战争、相互残杀和武斗的画面。
    以上的这些都是不应去意念的,因为这些都会让修行者心神不定, 而且也不是通往和平之路。

 

4.4 นิมิตที่แนะนำให้ใช้

4.4推荐使用的所缘

ในแง่ของการปฏิบัติ พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ท่านแนะนำว่า ให้เรานึกถึงอะไรก็ได้ ที่ทำให้ใจของเราสงบขึ้น โดยท่านแนะนำให้นึกนิมิต เช่น ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ หรือหยดน้ำใส บนปลายยอดหญ้า หยดน้ำใสบนใบบัว ฟองสบู่ หรือนิมิตที่ผู้ปฏิบัติชอบ ซึ่งสามารถนำใจให้หยุดนิ่งได้ เช่น แตงโม ส้ม บาตรพระ ทุเรียน ซาลาเปา เป็นต้น
在修行方面,帕拉帕哇那威素(法胜法师)引导说,只要能够让我 们的心宁静,意念什么都可以。所以他介绍让我们意念的所缘有:月亮、 太阳或草尖上的一滴露水,荷花叶上的水珠,肥皂泡,或者是修行者自 己喜欢的且能够让心静止、宁静的即可。例如,西瓜、橙子、僧钵、榴 莲、面包,等等。
สำหรับนิมิตที่นิยมให้นึกกัน ซึ่งสืบมาตั้งแต่ครั้งสมัยพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) ท่านแนะให้ใช้นิมิตที่เป็นนิมิตแสงสว่าง เรียกว่า อาโลกกสิณ ซึ่งนิมิตที่นำมาใช้เป็นหลักในการทำสมาธิมี 2 อย่าง คือ ดวงแก้วใส และองค์พระใส
而大家都喜爱意念的所缘,就是在很久之前,帕蒙昆贴牟尼袓师所 引导使用的所缘,即有光亮的所缘,称之为借助光亮的禅定法。因此, 可以在禅定中用来意念的所缘有两种,分别为:透明的水晶球以及透明 的佛像。
สาเหตุที่แนะนำให้ใช้นิมิตเช่นนี้ มีผู้อธิบายไว้ว่า3)
1.การวางดวงแก้วไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอดวัน ทำให้ใจของเราอยู่ที่ศูนย์กลางกายได้ง่ายขึ้น
2.จะทำให้ใจเป็นบวกหรืออย่างน้อยที่สุดเป็นกลางๆ คือ ช่วยให้จิตเป็นกุศล
3.ดวงแก้วเป็นของที่ใส สะอาด และบริสุทธิ์ คล้ายคลึงกับสภาวะใจที่รวมเป็นหนึ่ง คือ สภาวะของดวงธรรมภายใน ดวงแก้วจะนำใจของเราให้สะอาดและบริสุทธิ์ และจะนำไปสู่การประสบ ความสำเร็จในการปฏิบัติธรรม อีกทั้งจะเป็นการลัดขั้นตอน ช่วยย่นระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงของภาพที่เห็น (บริกรรมนิมิต) เนื่องจากนิมิตทุกชนิด เมื่อได้ทำภาวนาไประยะหนึ่ง จิตเกิดความสงบนิ่งดีแล้ว นิมิตทุกชนิด จะเปลี่ยนเป็นของใส เปลี่ยนเป็นแก้ว เพื่อย่นระยะเวลาการเปลี่ยนของภาพ ไม่ต้องรอให้มาถึงจุดนี้ การนึกถึงสิ่งที่มีความใกล้เคียงกัน จะช่วยลดระยะเวลาการปฏิบัติลงได้
4.สำหรับองค์พระแก้วใสก็คล้ายคลึงกับสภาวธรรมภายใน เมื่อใจละเอียดไปตามลำดับ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย องค์พระแก้วใสจึงเป็นตัวแทนนิมิตที่ทำให้ใจสามารถเข้าไปสู่จุดที่ใจหยุดนิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย
为什么介绍使用这种所缘,有人解释道S

1.整天都把水晶球放置在身体的中心点,将会让我们的心更容易的处在 身体的中心点。
2.让心处于向上或至少是中间的位置,即是让心处于善意中。

3.水晶球是透明与纯净的物体,跟心的形态非常相似,即是体内法球的 形态。法球会净化我们的心,让其清洁和纯净,同时也会带领我们的 心在修行中取得成就。而且也是禅定的快捷程序,可以帮助缩短看到 的图像(似相)的时间。每一个类型的所缘,当修行到一定的时间, 心灵宁静好之后,就会转变透明的物体,转变为水晶。为了缩短图像 的转变时间,不需要等很久便可到达这一程度,就应意念相似的物体, 这样将会有助于缩短修行的时间。

4.对于透明的佛像则跟内在的修行境界相似,当精细的心按阶段层层的 细腻下去,那么就会证入内在的法身。而透明的水晶佛像则将代替所 缘,来让心到达宁静的点,并在最后证入法身法门。
ในกรณีที่ยังนึกองค์พระให้ใสไม่ได้ พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ท่านแนะนำให้นึกองค์พระที่เป็นวัสดุอื่นก็ได้ เช่น โลหะ อิฐ หิน และแนะนำวิธีการนึกองค์พระว่าให้นึกเหมือนเรามองจากด้านบน ลงไปด้านล่าง จากเศียรของท่านลงไปที่หน้าตา แขน ตัก และขา จากการศึกษาคำสอนของครูบาอาจารย์
如果还无法意念到佛像,那么帕拉帕哇那威素(法胜法师)则推荐大家,意念的佛像可为其他性质的材料。例如,金属、砖、石头。同时法胜法师还教导意念佛像时,应仿佛由上到下的观望,从佛像的头顶往下,到脸部再到手臂和膝盖,最后到脚。
เราสามารถจะสรุปออกมาได้อย่างนี้ว่า การนึกนิมิต สามารถแบ่งการนึกได้ตามลักษณะดังต่อไปนี้ คือ
1.สัณฐานหรือรูปร่างของนิมิต จะเป็นรูปร่างอย่างไรก็ได้ขอเพียงเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ใจ ของเราสบายและสงบ แต่ที่ท่านแนะนำก็คือ เป็นองค์พระ หรือดวงแก้ว
2.สีสันของนิมิตจะเป็นสีอะไรก็ได้ เช่น สีแดง สีเหลือง สีเขียว แต่ที่แนะนำให้ใช้ก็คือ สีใส
3.ขนาดของนิมิตจะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ แล้วแต่ความชอบใจของคนนึก อาจนึกให้ครอบตัว หรือมีขนาดเล็กเท่าดวงดาวในอากาศก็ได้
4.ตำแหน่งของการนึก ให้วางนิมิตไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 เหนือสะดือ 2 นิ้วมือเราจะเห็นว่าข้อจำกัดของการนึกมีน้อยมาก แล้วแต่ความพอใจของคนปฏิบัติธรรม ขอเพียงให้นึกถึงสิ่งนั้นให้ได้ต่อเนื่องเป็นลำดับไป
在了解法胜法师的教导后,我们可以知道,对于观想所缘这个环节,

我们可以按照以下的特性来划分,即是:

1.相的外形或体型是怎么样都可以,只希望是让我们的心舒服或宁静的 物体即可。但是法胜法师推荐的是佛像与水晶球。

2.相的色彩是什么颜色都可以,例如:红色、黄色,但是推荐使用的颜 色为透明。

3.相的尺寸可大可小,随意念之人的喜好。可以意念大到罩住自己的身 体,也可以意念小得如天上的星星。

4.意念的位置,应该是将所缘放置在肚脐上方两根手指高的身体中央第 七点。

由此,我们可以发现意念的限定事项很少,都是顺着修行者的意愿,

只是希望修行者意念到的物体,能够让自己继续的修行下去。

4.5 วิธีการนึกนิมิต

การกำหนดนึกนิมิตตามที่ได้รวบรวมมาจากคำสอนของพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ มีแนวทางในการปฏิบัติดังต่อไปนี้
4.5观想所缘的方法
从帕拉帕哇那威素(法胜法师)的教诲中,我们总结出了观想所缘的方法。具体如下:

1.นึกกำหนดนิมิต เป็น”ดวงแก้วกลมใส” ขนาดเท่าแก้วตาดำ ใสสนิท ปราศจากรอยขีดข่วน หรือ รอยตำหนิใดๆ ขาวใส เย็นตาเย็นใจ ดังประกายของดวงดาว ดวงแก้วกลมใสนี้เรียกว่า บริกรรมนิมิต นึกสบายๆ นึกเหมือนดวงแก้วนั้นมานิ่งสนิทอยู่ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นึกไปภาวนาไปอย่างนุ่มนวลเป็นพุทธานุสติว่า “ สัมมา อะระหัง” หรือค่อยๆ น้อมนึกถึงดวงแก้วกลมใส ค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ศูนย์กลางกายตามแนวฐาน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ฐานที่หนึ่งเป็นต้นไป น้อมด้วยการนึกอย่างสบายๆ ใจเย็นๆ ไปพร้อมๆ กับคำภาวนา
1.观想限定的所缘是“透明圆滑的水晶球”,尺寸和黑眼珠一般大。透明 紧密,没有任何的刮痕或瑕疵。洁白透明,看起来非常的顺眼舒心, 就如同闪闪发光的星星,这个透明圆滑的水晶球被称之为“取相”。轻 松的观想,就好像那个水晶球安稳的静止在身体中央第七点一样。柔 和地意念下去,同时心中默念佛圣号“三玛阿罗汉”。或慢慢意念透明 圆滑的水晶球,然后第一定点开始意念下去,渐渐转移至体内的第七 定点,同时在这过程中应轻柔与舒服的默念佛圣号。
การนึกจะต่างจากการคิด เพราะการนึกคือการเริ่มต้นอย่างเบาๆ สบายๆ เพลินๆ ไม่มีการเร่งการลุ้น แต่การคิดจะเป็นการนึกที่หนักกว่าและมีขั้นตอน
意念跟想象不一样,因为意念始于轻松愉快的心情,不会有过快 的紧迫感。但是,想象则是更为深重的意念,同时还会有步骤。
เมื่อนิมิตดวงใสและกลมสนิทปรากฏแล้ว ณ ศูนย์กลางกาย ให้วางอารมณ์สบายๆ กับนิมิตนั้น จนเหมือนกับว่า นิมิตเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ หากดวงนิมิตนั้นอันตรธานหายไป ก็ไม่ต้องนึกเสียดาย ให้วางอารมณ์สบายๆ แล้วนึกนิมิตนั้นขึ้นมาใหม่แทนดวงเก่า หรือเมื่อนิมิตนั้นไปปรากฏที่อื่น ที่มิใช่่ศูนย์กลางกาย ให้ค่อยๆ น้อมนิมิตเข้ามาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีการบังคับ และเมื่อนิมิตมาหยุดสนิท ณ ศูนย์กลางกาย ให้วางสติลงไปยังจุดศูนย์กลางของดวงนิมิต ด้วยความรู้สึกคล้ายมีดวงดาวดวงเล็กๆ อีกดวงหนึ่งซ้อนอยู่ตรงกลางดวงนิมิตดวงเดิม แล้วสนใจเอาใจใส่แต่ดวงเล็กๆ ตรงกลางนั้นไปเรื่อยๆ ใจจะปรับจนหยุดได้ถูกส่วน แล้วจากนั้นทุกอย่างจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นได้ด้วยตนเองเป็นภาวะของดวงกลม ที่ทั้งใสทั้งสว่างผุดซ้อนขึ้นมาจากกึ่งกลางดวงนิมิต ตรงที่เราเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ
当透明圆滑的水晶球出现后,身体中央要一直保持轻松舒服的 感觉,就好像所缘是情绪的一种。如果那个水晶球消失不见了,也不 要感觉到可惜,应继续保持那种轻松舒服的感觉。然后再重新意念一 个新的水晶球来代替旧的那个。或者当那个水晶球不是在体内的中心 点浮现,而是在别的地方出现,也不要去勉强,而应逐渐的将它引导 回到体内的中心点。当水晶球已经在中心点静止时,就把注意力移到 水晶球的中心点。而当水晶球的中心点有一颗小星星出现时,再把注 意力转移至那颗小星星上,让它成为自己禅定的重心。而当心静定之 后,在我们常常关注的中心点,将有各种各样的圆形物体慢慢浮现, 并透明光亮的重叠出现在水晶球的中央。
2.เทคนิคการนึกนิมิต พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ได้กล่าวเอาไว้ว่า การเห็นเริ่มจาก การนึกก่อน ถ้านึกได้ก็เห็นได้ สิ่งที่เราเห็นได้แล้วเราก็เอามานึกได้4)
2.观想所缘的技术,帕拉帕哇那威素(法胜法师)教导说:“看见始于观 想之前,如果可以观想得到,那么就可以看得见。如果可以看得到, 你可以意念出来、
3.นึกนิมิตดวงแก้ว ก็นึกแบบนึกดอกกุหลาบ ดอกบัว นึกถึงบ้านที่เราอยู่ คือ อย่าให้มีลีลาหรือมีพิธีรีตองมากมาย การนึกก็นึกอย่างสบายๆ นึกเห็นก็เห็น เพราะใจเป็นธาตุสำเร็จอยู่แล้ว ให้มีความมั่นใจ ความมั่นใจเท่านั้น ที่จะสร้างความมั่นใจต่อๆ ไป
3.观想所缘为水晶球时,就如同观想玫瑰花与莲花,或意念到简单的家。 轻松舒服的去观想,想见便能见到。因为心是成功之本,自己要有 信心,并保持下去。
4.ถ้าใจยังไม่พร้อมที่จะนึก อย่าเพิ่งนึก ให้วางใจเฉยๆ จงคอยด้วยใจที่เยือกเย็น วางใจในที่สบายๆ การวางใจเฉยๆ ไม่ใช่ทำให้ช้าหรือเสียเวลา เพราะใจเฉยเป็นใจที่ใกล้กับใจละเอียดแล้ว
4.如果心还没有准备好观想,那就先不要去观想,而是先让心放轻松。 让心放轻松不是放慢速度或浪费时间。因为静静的心已经离精细|很近了。
5.การนึกให้นึกอย่างธรรมดาๆ ดูธรรมดาเหมือนดูทิวทัศน์ ดูต้นไม้ ภูเขา น้ำตก คลื่นซัดฝั่ง ดวงอาทิตย์ ดวงดาว น้ำค้างที่ปลายยอดหญ้า นึกเหมือนนึกถึงสิ่งที่เราคุ้นเคย อันไหนคุ้นเคยมากก็นึกได้ง่าย อันไหนคุ้นเคยน้อยก็นึกได้ยากหน่อย มันเป็นธรรมดาของสิ่งที่ผ่านเข้ามาในสายตาของเรา อันไหนผ่านมาบ่อย เห็นเจนตาก็นึกง่าย อันไหนผ่านมาน้อย ก็นึกยากหน่อย อย่างไรก็ตามให้นึกอย่าง ธรรมดาๆ สบายๆ
5.观想时应是普通式的观想。普通的观看,就如观看风景、树木、山丘、 瀑布、海浪、太阳、星星、草尖上的露珠。观想我们所熟悉的东西, 因为熟悉的物体,会很容易的观想到。而对于自己所不熟悉的,观想 时就会有点困难。它应该是我们视线内的一件普通的物体。什么物体 常入我们的视线,而且已经司空见惯,那么观想起来就会很容易。什 么物体不常入我们的视线,就很难观想起来。但不管怎么样,都应简单、 轻松、舒服的去观想。
6.ตรึกไปเรื่อยๆ อย่ายอมแพ้ ค่อยๆ ตรึก ค่อยๆ นึก ค่อยๆ คิด ให้ใจของเราคุ้นอยู่กับศูนย์กลางกาย ถ้าหากรู้สึกว่าศูนย์กลางกายเล็กเกินไป ก็นึกให้โตขึ้นมา องค์พระเล็กก็นึกให้องค์พระใหญ่ ตอนที่เราสามารถจินตนาการให้ดวงนั้นชัดใส นึกได้ โตได้ ขยายได้ เล็กได้แสดงว่าใจเราเริ่มละเอียด รักษาสภาพตรงนี้ให้ต่อเนื่อง ประคองภาพที่เห็นทั้งหลับตาลืมตา ประคองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใจกำลังจะ หยุดนิ่งสนิท 100 เปอร์เซ็นต์ มันกึ้กเลย ตอนนี้ทิ้งร่างกายเหมือนไม่มีตัวเลย ตอนนี้เรากับสิ่งนั้นก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชัดใสแจ๋ว
6.继续观想下去,不要认输,慢慢地意念,慢慢地观想,让我们的心习 惯于安放在身体的中心点。如果感觉身体中心点过于狭小,就观想让 其扩大起来。如果佛像很小,那么就观想让其变大。当我们意念的佛 像是清晰透明的,以及可使其变大或变小,那么表明此时我们的心已 经开始精细了,要将这个状态继续保持下去。护持睁眼与闭眼所看到 的一切画面,且一直的护持下去。直到整颗心百分之一百的宁静,这 时侯则可以忽略身体,就好像没有了躯体一般。那时我们应与清晰透 明的佛像合二为一。
7.ให้นึกอย่างต่อเนื่องคล้ายๆ กับเรานึกถึงของที่เรารักคนที่เรารู้จักเช่น เราชอบแหวนวงหนึ่ง หัวแหวนมีเพชรที่ใสบริสุทธิ์ เราได้มาเราก็เพลิดเพลินในการนึก นึกแล้วอิ่มใจ ปีติใจ เบิกบานใจ หรือ เหมือนชายหนุ่มคิดถึงหญิงสาวหรือหญิงสาวคิดถึงชายหนุ่ม คือนึกถึงทั้งวันทั้งคืน การนึกดวงแก้ว ก็ให้มีความเพลินอย่างนั้น ไม่ต้องมีความรู้สึกว่าเราถูกบังคับให้ภาวนา ถูกบังคับให้นึกนิมิต
7.持续的观想,就如同在思念自己的爱人或熟人一般。比如我们得到了 一枚自己喜欢的,镶嵌透明钻石的钻戒,我们可以用来意念,可能顿 时心情就会非常的愉快和欢喜。在或者如同男生想念着女生,或女生 想念着男生,而且是整天整夜的想。对于观想水晶球时,我们也应该 有那种感觉。而不应该觉得我们是在勉强的修行,以及勉强的观想所缘。
8.หากนิมิตอยู่ข้างหน้า และหากใจสบายกับนิมิตที่อยู่ตรงหน้านั้น เราก็เอาใจไว้ตรงนิมิตนั้นไปก่อน แต่เรารู้เป้าหมายแล้วว่า ต้องมาอยู่ที่ฐานที่ 7
8.如果所缘就在面前,而且心对面前的所缘也感到很舒服,那么我们就 应先用心去观想前面的所缘。但我们一定要时刻清楚,最终的目的地 一定是在身体中央第七点。
9.การเห็นของละเอียดจะต้องค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เห็นค่อยๆ ชัด จากกลางจะค่อยๆ ชัดขึ้น จากมืดมิดมามืดมัว เห็นสลัวๆ เห็นเหมือนฟ้าสางๆ แล้วก็เห็นเหมือนลืมตาเห็น จนเรากับสิ่งที่เห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นี่คือหยุดอย่างสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์
9.要想看见精细的东西,就一定要逐渐的变化,慢慢地看,慢慢地由中 间开始变得清晰起来。由漆黑转为阴暗,由朦朦胧胧的看见,转变成 如睁开眼睛般的清晰可见。然后自己就会和所见到的物体合二为一, 此时便是百分之百的宁静了。
10.วิธีรักษานิมิตให้ดูเฉยๆ แม้หายก็ช่าง5)
10.保持所缘的方法只需静静的看,即使不见了也没有关系、 

4.6 สาเหตุที่นึกนิมิตไม่ออก และวิธีแก้ไข

ในการนึกนิมิต มีนักปฏิบัติธรรมหลายท่านนึกนิมิตไม่ออก ทั้งนี้ก็เพราะ
1.ไม่คุ้นในการนึกถึงนิมิต เช่น ไม่คุ้นกับการนึกองค์พระ หรือดวงแก้ว
2.ไม่เข้าใจคำว่า นึกอย่างสบาย ทำให้ไปเพ่ง คือ กดลูกนัยน์ตาลงไปดู
3.อารมณ์หยาบ เพราะมีความคิดคั่งค้างอยู่ในใจ
ดังนั้น หากเกิดอาการนึกนิมิตไม่ออก ให้ผู้ปฏิบัติแก้ไขด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
4.6观想不出所缘的原因及解决方法

在观想所缘时,有的修行者观想不出,这是因为:
    1.对观想所缘不熟悉,例如:不习惯意念佛像或者水晶球。
    2.不理解“轻松意念”,而去注视它,即是用眼球去凝视。
    3.心情粗糖,即是有很多杂念堆积在心里。
因此,如果观想不出所缘,希望修行者能够按照以下的方法去解决:

วิธีแก้ไข
    1.ถ้าไม่คุ้นกับการนึกภาพองค์พระ หรือดวงแก้ว ก็ให้วางใจนิ่งๆ เฉยๆ สบายๆ
    2.ถ้ากดลูกนัยน์ตาดู ให้หยุดการนึกเสียแล้ว ปรับไม่ให้ใช้นัยน์ตาในการนึก หรืออาจเปลี่ยนมาใช้ การวางใจเฉยๆ แทนไปก่อน
    3.ถ้าอารมณ์ยังหยาบให้ทำใจเฉยๆ ไปก่อนยังไม่ต้องนึกนิมิต หรืออาจเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ทำให้ใจละเอียดขึ้นก่อน เช่น ร้อยมาลัย ปัดกวาด เช็ดถูทำความสะอาดข้าวของในบ้าน เป็นต้น
 解决方法
   1.如果不习惯意念佛像或水晶球,那就将心宁静而轻松的安放好。
   2.如果是用眼球去凝视,那就应停止这种方式的意念,调整为不用眼球 去意念,或转变为让心静静的安放。
   3.如果心还很粗糙,那么就先让心静下来,还不用去观想所缘,或者可 以先转为去做其他能够让心精细起来的事情。例如:串花环或给家里 打扫卫生,等等。
 
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น