บทที่ 6 การรักษาสมาธิ
第六章护持禅定
การประคองรักษาสมาธิ มีความสำคัญในการเกื้อหนุนให้การนั่งสมาธิในรอบต่อๆ ไปได้ผลดี การที่เรารักษาสมาธิของเราให้ต่อเนื่องจะทำให้ใจของเรามีความละเอียดประณีต ไปตามลำดับจนเมื่อใจของเรามีความละเอียดเพียงพอ ก็จะเข้าถึงธรรม การที่เราจะรักษาสมาธิได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวันนั้น การทำกิจกรรมของเราในแต่ละวันมีความสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง สิ่งที่เราคิดพูดทำทุกอย่างจะมีผลต่อการรักษาสมาธิของเราให้คงอยู่ต่อไป เนื้อหาในบทเรียนจะให้คำแนะนำว่า เราควรจะทำอย่างไรในชีวิตประจำวันเพื่อให้สมาธิของเรามีความละเอียดอยู่ตลอด เวลา对静定的护持,有一个非常重要的促进作用,会让下一次的禅定获 得更好的经验。如果我们能够一直很好的去护持静定,就会让我们的心 逐渐的变成精致细腻,当我们的心足够的精细之后,就能够证入佛法了。
要想一整天都维持禅定的状态,与我们每天的活动有着紧密的联系。 我们所想的,所说的和说做的事,都会对静定的护持产生影响。为了让 我们能够一直拥有精细的静定状态,本章节的内容将介绍有关日常的生 活中我们应该要注意的事项。
สิ่งที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมต่อการเจริญภาวนา
นักศึกษาควรเรียนรู้สิ่งที่ไม่เหมาะแก่การเจริญสมาธิ(อสัปปายะ) และสิ่งที่เหมาะแก่การ เจริญภาวนา(สัปปายะ) ที่เป็นเครื่องช่วยในระหว่างประคองใจรักษาสมาธิของเราให้คงอยู่ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ได้อธิบายไว้ว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยทำให้รักษาสมาธิของเราไว้ได้ คือช่วยรักษานิมิต ในการทำสมาธิ ตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงขั้นเป็นปฏิภาคนิมิต ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 หัวข้อ1) คือ
1.อาวาส ที่อยู่ ที่อาศัย ที่หลับและที่นอน
2.โคจร สถานที่ที่ควรไป
3 ภัสสะ ถ้อยคำ
4.ปุคคละ บุคคล
5.โภชนะ อาหาร
6.อุตุ ฤดู
7.อิริยาบถ การเดิน นั่ง นอน
适合默念与不适合默念的事情
学员们应该去了解那些不适合于禅定的事情,以及适合默念的事情。 因为它们能够对我们在护持心和禅定方面起到促进的作用。在《清净道 论》中解释道:“能够帮助我们护持静定的东西。”即是在静定中有助于 所缘的护持,从最初阶段一直到似相。因此,可以划分出七个要点,分 别为:
1)寄居处
2)值得居住的场所[gocara]
3 )目词[Massa]
4)人[pugga!a]
5)食物[bhojana]
6 )季节[utu]
7)行、坐、卧的姿势[iriyapah]
6.1 ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม
มีข้อแนะนำว่า ผู้ปฏิบัติเข้าไปพักอาศัยอยู่ในสถานที่ใด
นิมิตที่ยังไม่เกิดก็ไม่เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็สูญหายไป
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏขึ้น จิตใจที่ยังไม่สงบ ยังไม่ตั้งมั่น
ก็ยังคงไม่มั่นคงเหมือนเดิม สถานที่เหล่านั้นเป็น “ อสัปปายะ”
ไม่เหมาะสมแก่ผู้ปฏิบัติ
6. 1适合和不适合的寄居场所
有这样一个建议:如果某一个场所,当修行者进去居住之后,如在 先前没有产生所缘,那么最后也不会产生;而即使是已经产生,那么最 后也会消失。如正念还没有出现,那么也不会再出现;如心灵还没有稳定, 那么就可能和原先一样不稳固。像这样的场所被称之为“不安逸”的场 所,也不适合修行者居住。、
ส่วนสถานที่ใด ผู้ปฏิบัติเข้าไปพักอาศัยอยู่แล้ว นิมิตที่ยังไม่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้วก็ตั้งมั่น อยู่ได้ไม่หายไป สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏขึ้น จิตใจที่ยังไม่สงบไม่ตั้งมั่น ก็มีความสงบตั้งมั่นได้ สถานที่เหล่านั้นเป็น “ สัปปายะ” แก่ผู้ปฏิบัติ
如果某一个场所,当修行者进去居住之后,之前没有产生的所缘, 却在现在产生了,而且一直都没有消失。没有出现的正念出现了,同时 还没有稳定的心灵,也变得稳固了,那么这个场所被称之为“安逸”的 场所,适合修行者居住。
สถานที่อยู่จึงมีผลต่อความละเอียดของใจ ลักษณะของพื้นที่ที่เป็นสัปปายะมีข้อแนะนำ ดังต่อไปนี้ คือ
1.ความสะอาดของสถานที่ปฏิบัติธรรม
สถานที่ที่สะอาดจะมีผลทำให้สภาพจิตใจผ่องใสมากขึ้น ผู้ปฏิบัติธรรมควรเลือกสถานที่ หรือควรทำสถานที่ที่อยู่นั้นให้สะอาด เพราะจะมีผลทำให้จิตใจของเราสะอาด คือสะอาดทั้งภายนอกและสะอาดทั้งภายใน
ดังตัวอย่างที่เราจะพบได้จากคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงที่ท่านมีคุณธรรมในการดูแลรักษาความสะอาดอย่างสูง โดยอาคารสถานที่ สิ่งของของท่านทุกอย่างจะมีความสะอาดทุกด้าน ตั้งแต่ด้านบนหลังคาจนถึงใต้ถุนบ้าน นิสัยความรักในการทำความสะอาด ทำให้จิตใจของท่านหยุดนิ่งได้ง่าย
2.ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ปฏิบัติธรรม ควรเลือกหรือควรดูแลสถานที่ ให้มีความเป็นระเบียบ ไม่รกรุงรัง ซึ่งจะทำให้จิตใจผ่องใสขึ้น
如果居住的场所能够让心变得精细,那么这个场所被称之为“安 逸”的地方,且应该具备以下的特征,即:
1.修行场所干净
干净的场所将会让心情更加的明亮,佛法修行者应该选择适合的 场所,或者应该做好所在场所的清洁卫生。因为干净的场所将会让我 们的心也变得洁净起来,也会让我们的内在和外在都变得更加的整洁。
我们可以以詹老奶奶作为榜样,因为她在保持清洁卫生方面有崇 高的德行。因此她的住所和物品等各方面,都非常的干净整洁。喜欢 做清洁卫生的本性,让詹老奶奶的心能够很容易的进入宁静。
2.佛法修行场所的整齐有序
应该选择或者保持整齐有序的修行场所,不杂乱无章,这样将会 让心变得更加的明亮。
6. 1适合和不适合的寄居场所
有这样一个建议:如果某一个场所,当修行者进去居住之后,如在 先前没有产生所缘,那么最后也不会产生;而即使是已经产生,那么最 后也会消失。如正念还没有出现,那么也不会再出现;如心灵还没有稳定, 那么就可能和原先一样不稳固。像这样的场所被称之为“不安逸”的场 所,也不适合修行者居住。、
ส่วนสถานที่ใด ผู้ปฏิบัติเข้าไปพักอาศัยอยู่แล้ว นิมิตที่ยังไม่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้วก็ตั้งมั่น อยู่ได้ไม่หายไป สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏขึ้น จิตใจที่ยังไม่สงบไม่ตั้งมั่น ก็มีความสงบตั้งมั่นได้ สถานที่เหล่านั้นเป็น “ สัปปายะ” แก่ผู้ปฏิบัติ
如果某一个场所,当修行者进去居住之后,之前没有产生的所缘, 却在现在产生了,而且一直都没有消失。没有出现的正念出现了,同时 还没有稳定的心灵,也变得稳固了,那么这个场所被称之为“安逸”的 场所,适合修行者居住。
สถานที่อยู่จึงมีผลต่อความละเอียดของใจ ลักษณะของพื้นที่ที่เป็นสัปปายะมีข้อแนะนำ ดังต่อไปนี้ คือ
1.ความสะอาดของสถานที่ปฏิบัติธรรม
สถานที่ที่สะอาดจะมีผลทำให้สภาพจิตใจผ่องใสมากขึ้น ผู้ปฏิบัติธรรมควรเลือกสถานที่ หรือควรทำสถานที่ที่อยู่นั้นให้สะอาด เพราะจะมีผลทำให้จิตใจของเราสะอาด คือสะอาดทั้งภายนอกและสะอาดทั้งภายใน
ดังตัวอย่างที่เราจะพบได้จากคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงที่ท่านมีคุณธรรมในการดูแลรักษาความสะอาดอย่างสูง โดยอาคารสถานที่ สิ่งของของท่านทุกอย่างจะมีความสะอาดทุกด้าน ตั้งแต่ด้านบนหลังคาจนถึงใต้ถุนบ้าน นิสัยความรักในการทำความสะอาด ทำให้จิตใจของท่านหยุดนิ่งได้ง่าย
2.ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ปฏิบัติธรรม ควรเลือกหรือควรดูแลสถานที่ ให้มีความเป็นระเบียบ ไม่รกรุงรัง ซึ่งจะทำให้จิตใจผ่องใสขึ้น
如果居住的场所能够让心变得精细,那么这个场所被称之为“安 逸”的地方,且应该具备以下的特征,即:
1.修行场所干净
干净的场所将会让心情更加的明亮,佛法修行者应该选择适合的 场所,或者应该做好所在场所的清洁卫生。因为干净的场所将会让我 们的心也变得洁净起来,也会让我们的内在和外在都变得更加的整洁。
我们可以以詹老奶奶作为榜样,因为她在保持清洁卫生方面有崇 高的德行。因此她的住所和物品等各方面,都非常的干净整洁。喜欢 做清洁卫生的本性,让詹老奶奶的心能够很容易的进入宁静。
2.佛法修行场所的整齐有序
应该选择或者保持整齐有序的修行场所,不杂乱无章,这样将会 让心变得更加的明亮。
6.2 สถานที่ควรไป (โคจร) และไม่ควรไป (อโคจร)
โคจร คือ บุคคลหรือสถานที่ที่บุคคลควรไปมาหาสู่
หมู่บ้านหรือท้องถิ่นที่เข้าไปแล้วมีผลทำให้กิเลส
ที่นอนเนื่องอยู่ภายในเกิดฟุ้งขึ้น
ใจที่ไม่สงบจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ปฏิบัติ
และเป็นเหตุนำความเศร้าหมองมาสู่ใจนานาประการ
สถานที่นั้นเป็นสถานที่ไม่ควรไป
สำหรับสถานที่ที่ไม่เหมาะแก่นักปฏิบัติสมาธิในการเข้าไปอันจะเป็นเหตุให้
ธรรมะหายไป คือแหล่ง ของสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับอบายมุขทั้ง 6 ประการ
ได้แก่
6.2应该去的场所(行处)和不应该去的场所(非行处)
非行处是指不适合于人来往的人或场所。当该地方进去后会让人产 生烦恼,心无法宁静,这样将会对修行者造成危害,也会让心理的各个 方面受伤害,这样的场所不应该去。
不适合修行者的场所,进去之后会让佛法消失,而这种场所正是与 六种歪门邪道有关,分别为:
1.สถานที่เที่ยวกลางคืน การเที่ยวกลางคืน หมายถึงการไปเที่ยวเตร็ดเตร่หาความสำราญในเวลากลางคืน ตามแหล่งบริการ ที่ส่งเสริมให้เกิดตัณหาราคะ ความกำหนัดและกามารมณ์ ปัจจุบันแหล่งบริการประเภทนี้มีอยู่มากมายทั้งในเมืองใหญ่และในชนบท และมีชื่อเรียกต่างๆ กันไป เช่น บาร์ ผับ อาบอบนวด ดิสโก้เธค ไนต์คลับ ฯลฯ
1.夜店
夜晚游逛,意思是在晚上的时间,出来闲逛寻找乐趣。各种的服务 诱发了色狼、情欲与色情的产生。现今这一类的服务行业在大城市和农 村都存在很多,并且还会有各种各样不同的称呼,例如:酒吧、按摩店、 迪斯科、夜总会等等。
2.สถานที่ที่มีการละเล่น การดูการละเล่น หมายถึงการดูมหรสพต่างๆ นั่นเอง พึงเข้าใจว่า พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงห้าม เรื่องนี้โดยเด็ดขาด อาจจะไปดูบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจไม่ถือว่าเป็นเรื่อง เสียหาย สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงชี้โทษ คือการหมกหมุ่นกับสิ่งบันเทิงเริงรมย์เหล่านี้ ทำให้ใจหมกหมุ่น คิดวนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมีผลทำให้ใจเศร้าหมอง เมื่อใจเศร้าหมองก็เป็นเหตุปิดทางมรรคผลและไปสู่อบาย ซึ่งลักษณะของผู้ที่เป็นอย่างนี้ จะเป็นดังนี้ คือ
1)รำที่ไหนไปที่นั่น
2)ขับร้องที่ไหนไปที่นั่น
3)ประโคมที่ไหนไปที่นั่น
4)เสภาที่ไหนไปที่นั่น
5)บรรเลงที่ไหนไปที่นั่น
6)เถิดเทิงที่ไหนไปที่นั่น
2.游戏厅
游戏,意思是各种各样的娱乐。我们应该知道,虽然佛陀没有指明 绝对禁止这些娱乐,为了放松心情,偶尔去一下,也不会有所伤害。但 佛陀明确指出的是,这些娱乐会让心沉迷,让心变得忧愁。当心变得忧 郁之后,就会关闭通往善道之路,成为走向毁灭的原因。这类型的人将 会有如下特征,即为:
1)哪里有跳舞就会去那里
2)哪里有唱歌就会去那里
3)哪里有奏乐就会去那里
4)哪里有吟咏就会去那里
5)哪里有演奏就会去那里
6)哪里有鼓声就会去那里
ใครก็ตามที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ย่อมฟ้องว่า ใจของเขาหมกหมุ่นและฟุ้งซ่านเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ทำให้ใจของเขาเศร้าหมองอยู่เนืองๆ ธรรมะจะไม่ก้าวหน้าและเข้าถึงธรรมได้ยาก
不管是谁,要是有这种行为,就可以认定他的心已沉迷于这些娱乐, 也因此让他的心一直忧愁,不能精进修行,也很难证入法身。
3.สถานที่มีการเล่นการพนัน
การเล่นการพนันมีแต่โทษอย่างเดียว หาคุณไม่ได้ ผู้ที่ติดการพนันจะมีใจที่เศร้าหมองอย่างมากเพราะจิตของผู้เล่นการพนัน เป็นมิจฉาสมาธิอย่างแรง เนื่องจากผู้ที่เข้าวงการพนันทุกคนต่างหวังที่จะเข้าไปได้ ไม่มีใครหวังที่จะเข้าไปเสีย นั่นคือ มุ่งที่จะทำให้คนอื่นฉิบหายนั่นเอง แต่ในที่สุด ความฉิบหายก็ย้อนมาสู่ตนเองอย่างหนีไม่พ้น ใครก็ตามที่เข้าไปมีส่วนร่วมย่อมทำให้จิตเศร้าหมอง นอกจากไม่ได้สัมมาสมาธิแล้วตายไปยังไปตกนรกลึกคือไปนรกขุม 6
3.赌场
赌博只有害处,没有半点好处。喜欢赌博之人的心会非常忧愁。因 为赌博之人的心灵有非常强烈的邪定。进入赌局里的每一个人都希望有 所收获,没有一个人进去之后想输掉,其目的就是为了让他人倾家荡产, 可是到头来自己也逃脱不了倾家荡产的危险。无论是谁,只要进去参与 就一定会让心变得忧愁。最后,除了没有正定之外,还会坠落到地狱的 第六层中。
4.สถานที่ที่บุคคลเสพสุรา
เป็นสถานที่ที่รวมของผู้ที่มีใจเศร้าหมอง ขาดสติ
5.สถานที่มีคนพาล
ท่านกล่าวกันว่า บุคคลที่อยู่ใกล้คนชั่ว จิตใจจะซึมซับความชั่วได้ง่ายกว่าความดีเพราะมีลักษณะตามกระแส ดังนั้นใครก็ตามที่คบคนชั่วเป็นมิตร ย่อมจะถูกชักนำให้ทำความชั่วได้ง่ายเป็นทางมา แห่งความเสื่อมของมรรคผลนิพพาน
ดังตัวอย่างของบุตรเศรษฐี2) ที่มีทรัพย์ถึง 160 โกฏิ3) แต่เพราะอาศัยมิตรที่เป็นพาลชักชวน เข้าสู่วงเหล้า ภายหลังจึงต้องเป็นขอทานและเสื่อมจากมรรคผล พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าหากเขาได้เข้า สู่เพศพรหมจรรย์ตั้งแต่ยังหนุ่ม จะได้เป็นพระอรหันต์ แต่หากไม่บวชแต่ยังหนุ่ม มาบวชเมื่อเริ่มมีอายุ จะได้เป็นพระอนาคามี ถ้าหากในบั้นปลายก่อนทรัพย์จะหมดไป ได้เข้ามาบวชแล้วจะได้เป็นพระสกทาคามี แต่สุดท้ายกลับต้องพลาดจากมรรคผลเพราะอาศัยคนพาล
ท่านจึงว่า การคบคนพาลนั้นเป็นโทษมากเพราะเป็นการปิดทางมรรคผลนิพพาน
6.สถานที่ที่เป็นที่รวมของคนเกียจคร้านในการทำงาน
การทำงานและการประกอบอาชีพเป็นหน้าที่ของทุกคนเนื่องจากทุกคนมีชีวิตอยู่ได้ ด้วยปัจจัย 4 การทำงานประกอบอาชีพก็เพื่อหาทรัพย์สินมาเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนกับปัจจัย 4 เพื่อสงเคราะห์ ญาติมิตรเพื่อนฝูง ตลอดจนเพื่อบริจาคเป็นทานกุศล สั่งสมบุญไว้ในภพเบื้องหน้าต่อไป
คนที่เกียจคร้านในการทำงานหรือทำงานคั่งค้าง เกียจคร้านในการทำมาหากิน ปล่อยเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์ ถือว่าเป็นคนที่ตายแล้วทั้งทางด้านความคิดและความดี
คนบางคนเกียจคร้านในการทำมาหากินทั้งๆ ที่ยากจน แล้วยังหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการเอาเปรียบผู้อื่น ทำลายสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์ของตัว คนที่เป็นคนเกียจคร้านจึงเอาดีไม่ได้ เพราะกิเลส ที่นอนเนื่องอยู่ย่อมเบียดบังใจ ทำให้เห็นธรรมะในตัวได้ยาก
โคจรและอโคจรสำหรับพระภิกษุสงฆ์
โคจร4) หมายถึง บุคคลหรือสถานที่ซี่งพระภิกษุควรไปมาหาสู่ หรือสิ่งที่พระภิกษุควรเข้าไปเกี่ยวข้อง พระภิกษุที่ตั้งอยู่ในโคจรควรเข้าไปเฉพาะที่ที่ควรไปเท่านั้น เช่นสถานที่ หรือบุคคลที่อำนวยประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้าหรือการประพฤติพรหมจรรย์ของพระภิกษุโดยตรง
โคจรแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ5) ได้แก่
1.โคจรที่ควรเข้าไปอาศัย
2.โคจรที่ควรรักษา
3.โคจรที่ควรใส่ใจ
僧人的行处与非行处
行处Gowrn,意思是适合于僧人往来的人或场所,及僧人应该进去 参与的事情。僧人只会来往于应该来往的行处,例如,提供教育帮助的 场所或人,或同样是修梵行的僧人。
行处具备有三个特征,分别为:
1. 应该进去居住的行处
2.应该护持的行处
3.应该关心的行处
1.โคจรที่ควรเข้าไปอาศัย หมายถึง กัลยาณมิตรที่ถึงพร้อม ด้วยกถาวัตถุ 10 ประการ ดังจะกล่าวถึงต่อไป
2.โคจรที่ควรรักษา หมายถึงมรรยาทหรืออาจาระที่ดีงามของพระภิกษุ เช่น การเดินสงบเสงี่ยม สายตาทอดลงต่ำ ไม่เหลียวซ้ายแลขวา ดูหญิงดูชาย หรือสิ่งของต่างๆ จนปราศจากความสำรวม
3.โคจรที่ควรใส่ใจ คือที่ที่ใจควรเที่ยวไป ในที่นี้ท่านหมายถึงสติปัฏฐาน 4 คือ
1)กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึงการตั้งสติตามเห็นกายในกายหรือกายต่างๆ ที่ซ้อนกัน อยู่ในกายมนุษย์นี้ นับตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียดหรือกายฝัน จนกระทั่ง ถึงกายธรรมระดับต่างๆ
2)เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึงการตั้งสติตามเห็นเวทนาในเวทนา คือ ความรู้สึกสุขทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ของกายต่างๆ ที่ซ้อนกันอยู่ในกายมนุษย์นี้
3)จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึงการตั้งสติตามเห็นจิตในจิต คือดวงจิตของกายต่างๆ ที่ซ้อนกันอยู่ในกายมนุษย์
4)ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึงการตั้งสติตามเห็นธรรมในธรรม คือดวงธรรม ที่ทำให้เป็นกายต่างๆ ตั้งแต่กายมนุษย์จนถึงกายธรรม
1.应该进去居住的行处,其意思为:具备十项论事的善知识、
2.应该护持的行处,其意思为:僧人庄严的礼仪或者德行。例如,行走 时安静而端庄,眼睛要往下看,不左右张望去看人或其他事物,从而 导致注意力被分散。
3.应该关心的行处,是心所向往之地,在这里指的是四念处,即:
1)观身念处,意思是用正念去观人类的身内身,或是重叠在人类体 内的各种身。从细人身或梦身,一直到各种等级的法身。
2)观受念处,意思是用正念去观受中受。即是感受重叠于人身的各 种身之幸福和痛苦,或不幸福与不痛苦。
3)观心念处,意思是用正念去观心内心。即是重叠在人身的各种身 之心。
4)观法念处,意思是用正念去官法中法。即是法球展现出来的各种身, 从人身一直到法身。
ตรงกันข้ามกับโคจรคืออโคจร
อโคจรหมายถึงบุคคลหรือสถานที่ที่ซึ่งพระภิกษุไม่ควรเข้าไปมาหาสู่ มี 6 อย่าง คือ
หญิงแพศยา(โสเภณี) หญิงหม้าย สาวเทื้อ(สาวแก่) ภิกษุณี บัณเฑาะก์ และร้านสุรา
ในสภาพสังคมปัจจุบัน อโคจรนั้นมีอยู่มากมายเกินกว่า 6 อย่างดังกล่าว เช่น ในโรงมหรสพ สถานเริงรมย์ต่างๆ และศูนย์การค้า เป็นต้น พระภิกษุไม่ควรจะเข้าไปเพราะเป็นเหตุแห่งความฟุ้งซ่านทางใจ การนึกนิมิตจะเห็นผิดได้ง่ายเพราะได้จดจำสิ่งที่ไม่เป็นทางมาแห่งกุศล และอันตรายย่อมเกิดแก่ ภิกษุที่เที่ยวไปในที่ที่ไม่ควรไป
与行处相反的是非行处
非行处Agocara的意思为:不适合于僧人往来的人或场所。有六种, 分别为:
娼妓(妓女)、寡妇、老女人(老处女)、比丘尼、人妖和酒店。
在当今的社会中,非行处比以上提到的六种还多。例如,各种娱乐 场所和购物中心等等。这些地方僧人都不应该进去,因为这些都是让心 散乱的原因。在意念所缘的时候,会容易出错,因为记住了一些不是来 自于善道的事物,这将会给那些去了不该去的地方的僧人带来危险。
อย่างไรก็ตาม สถานที่อโคจร ถ้าเขานิมนต์ด้วยกิจอันสมควร พระภิกษุก็สามารถไปปฏิบัติ หน้าที่ในฐานะนักบวชได้ แต่จะต้องไม่ไปด้วยเรื่องอื่นนอกจากกิจนิมนต์ เช่นไปสนทนาปราศรัยอย่างสามัญชนทั่วไป เพราะอาจจะถูกเข้าใจว่ามีความประพฤติผิดพระธรรมวินัย เป็นพระภิกษุที่น่ารังเกียจ
无论如何,对于非行处的场所,如果是居士虔诚的邀请,那么僧人 就可以以僧侣的身份去那里。除了被邀请之外,其他的事情是不能去的。 因为那种行为可能会被视为是触犯佛法戒律,这种僧人是令人憎恶的。
สำหรับถ้อยคำอันไม่สมควรนั้นท่านแบ่งไว้เป็นสองส่วนคือ
1.ติรัจฉานกถา ติรัจฉานกถาเป็นถ้อยคำที่เป็นเครื่องขัดขวางกับมรรคผลนิพพานนั้น มีดังนี้
1)พูดเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับกษัตริย์ รวมถึงราชตระกูล
2)พูดเรื่องโจรต่างๆ
3)พูดเรื่องมหาอำมาตย์ราชมนตรีที่เป็นคณะรัฐบาล
4)พูดเรื่องทหารตำรวจ
5)พูดเรื่องภัยต่างๆ
6)พูดเรื่องยุทธศาสตร์การรบ
7)พูดเรื่องอาหารการกิน มีข้าวและกับเป็นต้น
8)พูดเรื่องเครื่องดื่มต่างๆ เช่น น้ำดื่มและสุรา
9)พูดเรื่องเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มต่างๆ
10)พูดเรื่องที่หลับที่นอน
11)พูดเรื่องระเบียบดอกไม้ต่างๆ
12)พูดเรื่องกลิ่นหอมต่างๆ
13)พูดเรื่องวงศ์ญาติ
14)พูดเรื่องยวดยานต่างๆ
15)พูดเรื่องหมู่บ้านต่างๆ
16)พูดเรื่องนิคมต่างๆ
17)พูดเรื่องจังหวัดต่างๆ
18)พูดเรื่องชนบทต่างๆ
19)พูดเรื่องผู้หญิง
20)พูดเรื่องผู้ชาย
21)พูดเรื่องความกล้าหาญ
22)พูดเรื่องถนนสายต่างๆ และผู้คนในถนนสายนั้น
23)พูดเรื่องท่าน้ำหรือเรื่องของคนรับใช้
24)พูดเรื่องวงศาคณาญาติที่ล่วงลับไปแล้ว
25)พูดเรื่องอื่นๆ โดยเว้นจากเรื่องแรกและเรื่องหลัง
26)พูดเรื่องใครเป็นผู้สร้างโลกหรือแผนที่โลก
27)พูดเรื่องมหาสมุทรเป็นคำถามว่า ทำไมมหาสมุทรจึงเรียกว่าสาคร คำตอบก็คือเพราะพระเจ้าสาครเป็นผู้สร้าง เป็นต้น
28)พูดเรื่องความเจริญและความเสื่อมว่า การกระทำดังนี้เป็นเหตุแห่งความเสื่อม การกระทำดังนี้เป็นเหตุแห่งความเจริญ เป็นต้น
29)พูดเรื่องป่า
30)พูดเรื่องภูเขา
31)พูดเรื่องแม่น้ำ
32)พูดเรื่องเกาะต่างๆ
6. 3应该说和不应该说的言词 不应该说的言词
对于不应该说的言词,分为两种;
1.畜生论
畜生论是阻碍通往涅槃的言词,有如下一些:
1)评论各种关于国王或皇室的言论
2)讲述各种盗贼的言论
3)讲述关于政府官员的言论
4)讲述关于军警的言论
5)讲述关于各种灾难的言论
6)讲述战略攻击的言论
7)讲述关于食物的言论,饭和菜肴等
8)讲述关于各种饮料的言论,例如:饮料和酒
9)讲述关于各种服装的言论
10)讲述关于睡觉的场所
11)讲述各种花的言论
12)讲述各种香味的言论
13)讲述关于亲戚的言论
14)讲述关于各种交通工具的言论
15)讲述各个村庄的言论
16)讲述各个乡镇的言论
17)讲述各个府的言论
18)讲述各种农村的言论
19)讲述关于女子的言论
20)讲述关于男子的言论
21)讲述勇敢的言论
22)讲述各个街道以及处在另个街道人的言论
23)讲述关于河边码头或仆人的言论
24)讲述已经往生了的亲属言论
25)讲述其他的事情,却不说事情的开头和结尾。
26)讲述哪个人是开创世界或者创造世界地图的人
27)讲述关于海洋的事情,冋到说为什么海洋被称之为江河,回答就 是因为河神是创造者等。
28)讲述发展与衰退的事情时,说如此的做法是衰退的原因,如此的 做法是发展的原因等。
29)讲述关于森林的言论
30)讲述关于山川的言论
31)讲述关于河流的言论
32)讲述关于岛屿的言论
ติรัจฉานกถาทั้ง 32 ประการดังที่ได้กล่าวมานี้ แม้ว่าบางอย่างจะเป็นประโยชน์ในทางโลกได้ก็จริง แต่ทว่าในด้านทางธรรมที่เกี่ยวกับการปฏิบัติแล้ว ถือว่าเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ฉะนั้นพระพุทธองค์จึงตรัสว่าเป็นติรัจฉานกถา ส่วนในด้านการปริยัตินั้นส่วนมากก็คงเป็นอุปสรรคได้เช่นเดียวกัน กล่าวคือ ทำให้ไม่ได้รับผลดีเต็มที่จากการศึกษานั้นๆ ดังนั้น จึงเป็นติรัจฉานกถาฝ่ายด้านปริยัติอีกด้วย
以上所陈述到的这三十二项畜生论,虽然有些项在世俗中确实是有 益的,可是在佛法实践方面,却被认为是一种障碍。因此佛陀归类以上 所为是畜生论,包括在佛经里大部分则都认为是存在的障碍。同样的,也就 是说让我们无法学习到完整的知识,因此也会在理论方面的存在障碍。
ในติรัจฉานกถาทั้ง 32 นี้ ถ้าหากว่าได้กล่าวปรารภถึงคุณงามความดีของพระมหากษัตริย์ หรือผู้ใดผู้หนึ่งก็ตามที่มีการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็ดี หรือปรารภถึงผู้มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ก็ดี หรือผู้ที่พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคารบริวารมากมายปานใดก็ดี เหล่านี้ล้วนแต่ต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความตายด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้ายกขึ้นมากล่าวเปรียบเทียบ ประกอบการอธิบายข้อธรรมบางอย่างบางประการ ไม่จัดว่าเป็นโทษแต่ประการใด คงมีแต่การได้รับประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว แต่ถึงกระนั้นก็ตาม สำหรับนัก ปฏิบัติแล้ว ถ้าไม่มีหน้าที่ ก็ไม่จำเป็นต้องนำเอาเรื่องเหล่านี้มาคุยสนทนากันแต่อย่างใดทั้งสิ้น
在这三十二项畜生论中,如果谈及伟大国王的功绩或者任何人都好, 他们做了很多好事或卓越的事,或者拥有富足的财富和众多的侍从也好, 所有这些都处于生死轮回当中。如果在解释佛法时,拿出来做比较,也 不算是什么坏处,反而是好处。但无论如何,对于学习的人来说,如果 没有责任就不需要拿这些事情来谈论。
2.วิคคาหิกกถา
ส่วน “ วิคคาหิกกถา” คือถ้อยคำที่ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน เช่น ท่านเป็นผู้ถูกข้าพเจ้าข่มไว้ ข้าพเจ้าดีกว่าท่าน เป็นต้น มุ่งหมายให้เกิดการทุ่มเถียงกันไม่มีที่จบสิ้น เพราะการทุ่มเถียงกันย่อมเป็นการ ก่อโทสะให้เกิดขึ้นในใจของทั้งสองฝ่าย
วิคคาหิกกถา ล้วนแต่เป็นโทษ ไร้ประโยชน์ ทั้งฝ่ายด้านปริยัติและปฏิบัติ ตลอดจนถึงฝ่ายทางโลก กล่าวคือในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะทำลายความดีงามและความเจริญของตน พร้อมกับทำลายความสามัคคีของหมู่คณะอีกด้วย ครั้นถึงคราวที่จะละจากโลกนี้ไปก็ต้องไปสู่ทุคติภูมิอีก
ดังนั้น ผู้ที่มีความประสงค์ใคร่จะวางตนเป็นบัณฑิตหรือสัปบุรุษ ก็ควรเว้นจากถ้อยคำที่เป็นวิคคาหิกกถาเหล่านี้เสีย
2.争论
对于“争论”这个词,会使人与人之间产生争吵。例如,你被我欺 压,我比你好等,企图挑起无休止的争吵。而争吵必然会让双方的心产 生怒火。
争论,无论在佛经中还是在实践中,甚至是世俗方面,都是一种罪 恶,没有利益。也就是在还活着的时候,损坏美德与繁荣,同时还会破 坏集体的团结与和谐,当往生之后,会坠落恶道。
因此,有目标的人就会将自己变成智者或善人,也就远离这些争吵 的言词。
ถ้อยคำอันควรพูด
กถาวัตถุ 10 ประการ
ทางที่ถูกต้องคือควรเว้นคำพูดที่ทำให้ใจเศร้าหมองเสีย แต่ควรพูดแต่คำที่เป็นประโยชน์ต่อใจ เอื้อต่อสภาวธรรมภายใน คือ ดวงธรรม องค์พระ ในทางพระพุทธศาสนาท่านแบ่งไว้ 10 ประการเรียกว่า กถาวัตถุ
应该说的言词
十项论事
正确的做法应该排除那些让心忧愁的言词,而只说那些对心有益的言 词,善待体内的法身,即法球与佛像。在佛教中划分为十项,称之为论事。
กถาวัตถุ 10 ชื่อว่า ภัสสสัปปายะ เป็นถ้อยคำไม่ขัดกับมรรคผลนิพพาน มี 10 ประการ ดังนี้คือ
1)พูดเรื่องความมักน้อยในกามคุณ 5 ประการ ไม่พูดเรื่องมักมากในกามคุณ 5 ประการ อันได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ผ่านเข้ามาทาง ตา หู จมูก ลิ้น และกาย
2)พูดเรื่องความพอใจตามมีตามได้ในสิ่งของของตนที่ได้มา หรือที่เกิดจากการมีความพอใจ ยินดีในทรัพย์ที่ได้มาโดยบริสุทธิ์
3)พูดเรื่องความสงัดทางกาย วาจา ใจ คือ การหลีกเร้นเข้าหาที่วิเวกในการปฏิบัติธรรม เช่น เดินทางไปปฏิบัติธรรมนอกสถานที่ เช่น ในถ้ำ ในป่าหรือรีสอร์ท เป็นต้น
4)พูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับกามคุณอารมณ์ เรื่องเพศ เรื่องกาม
5)พูดเรื่องการขยันหมั่นเพียรในการทำความดี ในการสร้างบารมี
6)พูดเรื่องศีลที่ตนหรือผู้อื่นรักษาในทางสรรเสริญยกย่อง
7)พูดเรื่องสมาธิ คือพูดเรื่องการทำสมาธิ ผลของการปฏิบัติธรรม
8)พูดเรื่องปัญญา อาจเป็นธรรมะที่ได้ฟังมาจากพระอาจารย์
9)พูดเรื่องวิมุตติ คือ พูดเรื่องผลการปฏิบัติของผู้เข้าถึงสภาวธรรมภายในเพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้น
10)พูดเรื่องวิมุตติญาณทัสสนะ
十论事,与涅槃不相矛盾的言词,一共有十项,如下:
1)讲述那些让五欲知足的事情,不讲述那些让五欲贪婪的事情。其包 括通过眼睛、耳朵、鼻子、舌头和身体接触后,产生的色、声、香、味、触。
2)讲述对自己所得物品感到满足的事情,或者对自己拥有的合法财富 感到知足。
3)讲述对身、口、意清净的事情,即:去寻找幽静的地方修行。例如 去到别的场所修行,如山洞、森林或度假村等。
4)讲述那些不关于五欲、性、情欲之事。
5)讲述关于勤修善行和波罗蜜之事。
6)讲述赞美自己或他人所持戒律之事。
7)讲述禅定的事情,即禅定修行的经验。
8)讲述智慧之事,可能是从师父那里听来的佛法。
9)讲述解脱之事,即:为了增加修行的信心,讲述那位能够证入法身 的人之修行经验。
10)讲述解脱知见之事。
กถาวัตถุ 10 ประการดังกล่าวมาแล้วนี้ แม้จะเป็นถ้อยคำที่ไม่ขัดกับมรรคผลนิพพานแต่ประการใด ก็จริง สำหรับนักปฏิบัติไม่ควรพูดมาก ควรพูดแต่พอประมาณ เพื่อจะได้รักษาสมาธิและปฏิภาคนิมิต ดังนั้น ท่านอรรถกถาจารย์จึงได้สั่งไว้ว่า แม้เป็นกถาวัตถุ 10 ก็ตาม ก็จง พูดแต่พอประมาณ อย่าให้มากเกินไปนัก
以上所讲的这十论事,虽然跟涅槃不相矛盾,但即使如此,修行者 也不应该多谈论,只需要适当就好,因为这样可以维持禅定和似相。因 此,论师就教导道:“即使是十论事,适当谈论就好,不应说过多。”
6.2应该去的场所(行处)和不应该去的场所(非行处)
非行处是指不适合于人来往的人或场所。当该地方进去后会让人产 生烦恼,心无法宁静,这样将会对修行者造成危害,也会让心理的各个 方面受伤害,这样的场所不应该去。
不适合修行者的场所,进去之后会让佛法消失,而这种场所正是与 六种歪门邪道有关,分别为:
1.สถานที่เที่ยวกลางคืน การเที่ยวกลางคืน หมายถึงการไปเที่ยวเตร็ดเตร่หาความสำราญในเวลากลางคืน ตามแหล่งบริการ ที่ส่งเสริมให้เกิดตัณหาราคะ ความกำหนัดและกามารมณ์ ปัจจุบันแหล่งบริการประเภทนี้มีอยู่มากมายทั้งในเมืองใหญ่และในชนบท และมีชื่อเรียกต่างๆ กันไป เช่น บาร์ ผับ อาบอบนวด ดิสโก้เธค ไนต์คลับ ฯลฯ
1.夜店
夜晚游逛,意思是在晚上的时间,出来闲逛寻找乐趣。各种的服务 诱发了色狼、情欲与色情的产生。现今这一类的服务行业在大城市和农 村都存在很多,并且还会有各种各样不同的称呼,例如:酒吧、按摩店、 迪斯科、夜总会等等。
2.สถานที่ที่มีการละเล่น การดูการละเล่น หมายถึงการดูมหรสพต่างๆ นั่นเอง พึงเข้าใจว่า พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงห้าม เรื่องนี้โดยเด็ดขาด อาจจะไปดูบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจไม่ถือว่าเป็นเรื่อง เสียหาย สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงชี้โทษ คือการหมกหมุ่นกับสิ่งบันเทิงเริงรมย์เหล่านี้ ทำให้ใจหมกหมุ่น คิดวนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมีผลทำให้ใจเศร้าหมอง เมื่อใจเศร้าหมองก็เป็นเหตุปิดทางมรรคผลและไปสู่อบาย ซึ่งลักษณะของผู้ที่เป็นอย่างนี้ จะเป็นดังนี้ คือ
1)รำที่ไหนไปที่นั่น
2)ขับร้องที่ไหนไปที่นั่น
3)ประโคมที่ไหนไปที่นั่น
4)เสภาที่ไหนไปที่นั่น
5)บรรเลงที่ไหนไปที่นั่น
6)เถิดเทิงที่ไหนไปที่นั่น
2.游戏厅
游戏,意思是各种各样的娱乐。我们应该知道,虽然佛陀没有指明 绝对禁止这些娱乐,为了放松心情,偶尔去一下,也不会有所伤害。但 佛陀明确指出的是,这些娱乐会让心沉迷,让心变得忧愁。当心变得忧 郁之后,就会关闭通往善道之路,成为走向毁灭的原因。这类型的人将 会有如下特征,即为:
1)哪里有跳舞就会去那里
2)哪里有唱歌就会去那里
3)哪里有奏乐就会去那里
4)哪里有吟咏就会去那里
5)哪里有演奏就会去那里
6)哪里有鼓声就会去那里
ใครก็ตามที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ย่อมฟ้องว่า ใจของเขาหมกหมุ่นและฟุ้งซ่านเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ทำให้ใจของเขาเศร้าหมองอยู่เนืองๆ ธรรมะจะไม่ก้าวหน้าและเข้าถึงธรรมได้ยาก
不管是谁,要是有这种行为,就可以认定他的心已沉迷于这些娱乐, 也因此让他的心一直忧愁,不能精进修行,也很难证入法身。
3.สถานที่มีการเล่นการพนัน
การเล่นการพนันมีแต่โทษอย่างเดียว หาคุณไม่ได้ ผู้ที่ติดการพนันจะมีใจที่เศร้าหมองอย่างมากเพราะจิตของผู้เล่นการพนัน เป็นมิจฉาสมาธิอย่างแรง เนื่องจากผู้ที่เข้าวงการพนันทุกคนต่างหวังที่จะเข้าไปได้ ไม่มีใครหวังที่จะเข้าไปเสีย นั่นคือ มุ่งที่จะทำให้คนอื่นฉิบหายนั่นเอง แต่ในที่สุด ความฉิบหายก็ย้อนมาสู่ตนเองอย่างหนีไม่พ้น ใครก็ตามที่เข้าไปมีส่วนร่วมย่อมทำให้จิตเศร้าหมอง นอกจากไม่ได้สัมมาสมาธิแล้วตายไปยังไปตกนรกลึกคือไปนรกขุม 6
3.赌场
赌博只有害处,没有半点好处。喜欢赌博之人的心会非常忧愁。因 为赌博之人的心灵有非常强烈的邪定。进入赌局里的每一个人都希望有 所收获,没有一个人进去之后想输掉,其目的就是为了让他人倾家荡产, 可是到头来自己也逃脱不了倾家荡产的危险。无论是谁,只要进去参与 就一定会让心变得忧愁。最后,除了没有正定之外,还会坠落到地狱的 第六层中。
4.สถานที่ที่บุคคลเสพสุรา
เป็นสถานที่ที่รวมของผู้ที่มีใจเศร้าหมอง ขาดสติ
5.สถานที่มีคนพาล
ท่านกล่าวกันว่า บุคคลที่อยู่ใกล้คนชั่ว จิตใจจะซึมซับความชั่วได้ง่ายกว่าความดีเพราะมีลักษณะตามกระแส ดังนั้นใครก็ตามที่คบคนชั่วเป็นมิตร ย่อมจะถูกชักนำให้ทำความชั่วได้ง่ายเป็นทางมา แห่งความเสื่อมของมรรคผลนิพพาน
ดังตัวอย่างของบุตรเศรษฐี2) ที่มีทรัพย์ถึง 160 โกฏิ3) แต่เพราะอาศัยมิตรที่เป็นพาลชักชวน เข้าสู่วงเหล้า ภายหลังจึงต้องเป็นขอทานและเสื่อมจากมรรคผล พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าหากเขาได้เข้า สู่เพศพรหมจรรย์ตั้งแต่ยังหนุ่ม จะได้เป็นพระอรหันต์ แต่หากไม่บวชแต่ยังหนุ่ม มาบวชเมื่อเริ่มมีอายุ จะได้เป็นพระอนาคามี ถ้าหากในบั้นปลายก่อนทรัพย์จะหมดไป ได้เข้ามาบวชแล้วจะได้เป็นพระสกทาคามี แต่สุดท้ายกลับต้องพลาดจากมรรคผลเพราะอาศัยคนพาล
ท่านจึงว่า การคบคนพาลนั้นเป็นโทษมากเพราะเป็นการปิดทางมรรคผลนิพพาน
6.สถานที่ที่เป็นที่รวมของคนเกียจคร้านในการทำงาน
การทำงานและการประกอบอาชีพเป็นหน้าที่ของทุกคนเนื่องจากทุกคนมีชีวิตอยู่ได้ ด้วยปัจจัย 4 การทำงานประกอบอาชีพก็เพื่อหาทรัพย์สินมาเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนกับปัจจัย 4 เพื่อสงเคราะห์ ญาติมิตรเพื่อนฝูง ตลอดจนเพื่อบริจาคเป็นทานกุศล สั่งสมบุญไว้ในภพเบื้องหน้าต่อไป
คนที่เกียจคร้านในการทำงานหรือทำงานคั่งค้าง เกียจคร้านในการทำมาหากิน ปล่อยเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์ ถือว่าเป็นคนที่ตายแล้วทั้งทางด้านความคิดและความดี
คนบางคนเกียจคร้านในการทำมาหากินทั้งๆ ที่ยากจน แล้วยังหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการเอาเปรียบผู้อื่น ทำลายสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์ของตัว คนที่เป็นคนเกียจคร้านจึงเอาดีไม่ได้ เพราะกิเลส ที่นอนเนื่องอยู่ย่อมเบียดบังใจ ทำให้เห็นธรรมะในตัวได้ยาก
โคจรและอโคจรสำหรับพระภิกษุสงฆ์
โคจร4) หมายถึง บุคคลหรือสถานที่ซี่งพระภิกษุควรไปมาหาสู่ หรือสิ่งที่พระภิกษุควรเข้าไปเกี่ยวข้อง พระภิกษุที่ตั้งอยู่ในโคจรควรเข้าไปเฉพาะที่ที่ควรไปเท่านั้น เช่นสถานที่ หรือบุคคลที่อำนวยประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้าหรือการประพฤติพรหมจรรย์ของพระภิกษุโดยตรง
โคจรแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ5) ได้แก่
1.โคจรที่ควรเข้าไปอาศัย
2.โคจรที่ควรรักษา
3.โคจรที่ควรใส่ใจ
僧人的行处与非行处
行处Gowrn,意思是适合于僧人往来的人或场所,及僧人应该进去 参与的事情。僧人只会来往于应该来往的行处,例如,提供教育帮助的 场所或人,或同样是修梵行的僧人。
行处具备有三个特征,分别为:
1. 应该进去居住的行处
2.应该护持的行处
3.应该关心的行处
1.โคจรที่ควรเข้าไปอาศัย หมายถึง กัลยาณมิตรที่ถึงพร้อม ด้วยกถาวัตถุ 10 ประการ ดังจะกล่าวถึงต่อไป
2.โคจรที่ควรรักษา หมายถึงมรรยาทหรืออาจาระที่ดีงามของพระภิกษุ เช่น การเดินสงบเสงี่ยม สายตาทอดลงต่ำ ไม่เหลียวซ้ายแลขวา ดูหญิงดูชาย หรือสิ่งของต่างๆ จนปราศจากความสำรวม
3.โคจรที่ควรใส่ใจ คือที่ที่ใจควรเที่ยวไป ในที่นี้ท่านหมายถึงสติปัฏฐาน 4 คือ
1)กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึงการตั้งสติตามเห็นกายในกายหรือกายต่างๆ ที่ซ้อนกัน อยู่ในกายมนุษย์นี้ นับตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียดหรือกายฝัน จนกระทั่ง ถึงกายธรรมระดับต่างๆ
2)เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึงการตั้งสติตามเห็นเวทนาในเวทนา คือ ความรู้สึกสุขทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ของกายต่างๆ ที่ซ้อนกันอยู่ในกายมนุษย์นี้
3)จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึงการตั้งสติตามเห็นจิตในจิต คือดวงจิตของกายต่างๆ ที่ซ้อนกันอยู่ในกายมนุษย์
4)ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึงการตั้งสติตามเห็นธรรมในธรรม คือดวงธรรม ที่ทำให้เป็นกายต่างๆ ตั้งแต่กายมนุษย์จนถึงกายธรรม
1.应该进去居住的行处,其意思为:具备十项论事的善知识、
2.应该护持的行处,其意思为:僧人庄严的礼仪或者德行。例如,行走 时安静而端庄,眼睛要往下看,不左右张望去看人或其他事物,从而 导致注意力被分散。
3.应该关心的行处,是心所向往之地,在这里指的是四念处,即:
1)观身念处,意思是用正念去观人类的身内身,或是重叠在人类体 内的各种身。从细人身或梦身,一直到各种等级的法身。
2)观受念处,意思是用正念去观受中受。即是感受重叠于人身的各 种身之幸福和痛苦,或不幸福与不痛苦。
3)观心念处,意思是用正念去观心内心。即是重叠在人身的各种身 之心。
4)观法念处,意思是用正念去官法中法。即是法球展现出来的各种身, 从人身一直到法身。
ตรงกันข้ามกับโคจรคืออโคจร
อโคจรหมายถึงบุคคลหรือสถานที่ที่ซึ่งพระภิกษุไม่ควรเข้าไปมาหาสู่ มี 6 อย่าง คือ
หญิงแพศยา(โสเภณี) หญิงหม้าย สาวเทื้อ(สาวแก่) ภิกษุณี บัณเฑาะก์ และร้านสุรา
ในสภาพสังคมปัจจุบัน อโคจรนั้นมีอยู่มากมายเกินกว่า 6 อย่างดังกล่าว เช่น ในโรงมหรสพ สถานเริงรมย์ต่างๆ และศูนย์การค้า เป็นต้น พระภิกษุไม่ควรจะเข้าไปเพราะเป็นเหตุแห่งความฟุ้งซ่านทางใจ การนึกนิมิตจะเห็นผิดได้ง่ายเพราะได้จดจำสิ่งที่ไม่เป็นทางมาแห่งกุศล และอันตรายย่อมเกิดแก่ ภิกษุที่เที่ยวไปในที่ที่ไม่ควรไป
与行处相反的是非行处
非行处Agocara的意思为:不适合于僧人往来的人或场所。有六种, 分别为:
娼妓(妓女)、寡妇、老女人(老处女)、比丘尼、人妖和酒店。
在当今的社会中,非行处比以上提到的六种还多。例如,各种娱乐 场所和购物中心等等。这些地方僧人都不应该进去,因为这些都是让心 散乱的原因。在意念所缘的时候,会容易出错,因为记住了一些不是来 自于善道的事物,这将会给那些去了不该去的地方的僧人带来危险。
อย่างไรก็ตาม สถานที่อโคจร ถ้าเขานิมนต์ด้วยกิจอันสมควร พระภิกษุก็สามารถไปปฏิบัติ หน้าที่ในฐานะนักบวชได้ แต่จะต้องไม่ไปด้วยเรื่องอื่นนอกจากกิจนิมนต์ เช่นไปสนทนาปราศรัยอย่างสามัญชนทั่วไป เพราะอาจจะถูกเข้าใจว่ามีความประพฤติผิดพระธรรมวินัย เป็นพระภิกษุที่น่ารังเกียจ
无论如何,对于非行处的场所,如果是居士虔诚的邀请,那么僧人 就可以以僧侣的身份去那里。除了被邀请之外,其他的事情是不能去的。 因为那种行为可能会被视为是触犯佛法戒律,这种僧人是令人憎恶的。
6.3 ถ้อยคำอันไม่สมควรและสมควร
ถ้อยคำอันไม่สมควรสำหรับถ้อยคำอันไม่สมควรนั้นท่านแบ่งไว้เป็นสองส่วนคือ
1.ติรัจฉานกถา ติรัจฉานกถาเป็นถ้อยคำที่เป็นเครื่องขัดขวางกับมรรคผลนิพพานนั้น มีดังนี้
1)พูดเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับกษัตริย์ รวมถึงราชตระกูล
2)พูดเรื่องโจรต่างๆ
3)พูดเรื่องมหาอำมาตย์ราชมนตรีที่เป็นคณะรัฐบาล
4)พูดเรื่องทหารตำรวจ
5)พูดเรื่องภัยต่างๆ
6)พูดเรื่องยุทธศาสตร์การรบ
7)พูดเรื่องอาหารการกิน มีข้าวและกับเป็นต้น
8)พูดเรื่องเครื่องดื่มต่างๆ เช่น น้ำดื่มและสุรา
9)พูดเรื่องเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มต่างๆ
10)พูดเรื่องที่หลับที่นอน
11)พูดเรื่องระเบียบดอกไม้ต่างๆ
12)พูดเรื่องกลิ่นหอมต่างๆ
13)พูดเรื่องวงศ์ญาติ
14)พูดเรื่องยวดยานต่างๆ
15)พูดเรื่องหมู่บ้านต่างๆ
16)พูดเรื่องนิคมต่างๆ
17)พูดเรื่องจังหวัดต่างๆ
18)พูดเรื่องชนบทต่างๆ
19)พูดเรื่องผู้หญิง
20)พูดเรื่องผู้ชาย
21)พูดเรื่องความกล้าหาญ
22)พูดเรื่องถนนสายต่างๆ และผู้คนในถนนสายนั้น
23)พูดเรื่องท่าน้ำหรือเรื่องของคนรับใช้
24)พูดเรื่องวงศาคณาญาติที่ล่วงลับไปแล้ว
25)พูดเรื่องอื่นๆ โดยเว้นจากเรื่องแรกและเรื่องหลัง
26)พูดเรื่องใครเป็นผู้สร้างโลกหรือแผนที่โลก
27)พูดเรื่องมหาสมุทรเป็นคำถามว่า ทำไมมหาสมุทรจึงเรียกว่าสาคร คำตอบก็คือเพราะพระเจ้าสาครเป็นผู้สร้าง เป็นต้น
28)พูดเรื่องความเจริญและความเสื่อมว่า การกระทำดังนี้เป็นเหตุแห่งความเสื่อม การกระทำดังนี้เป็นเหตุแห่งความเจริญ เป็นต้น
29)พูดเรื่องป่า
30)พูดเรื่องภูเขา
31)พูดเรื่องแม่น้ำ
32)พูดเรื่องเกาะต่างๆ
6. 3应该说和不应该说的言词 不应该说的言词
对于不应该说的言词,分为两种;
1.畜生论
畜生论是阻碍通往涅槃的言词,有如下一些:
1)评论各种关于国王或皇室的言论
2)讲述各种盗贼的言论
3)讲述关于政府官员的言论
4)讲述关于军警的言论
5)讲述关于各种灾难的言论
6)讲述战略攻击的言论
7)讲述关于食物的言论,饭和菜肴等
8)讲述关于各种饮料的言论,例如:饮料和酒
9)讲述关于各种服装的言论
10)讲述关于睡觉的场所
11)讲述各种花的言论
12)讲述各种香味的言论
13)讲述关于亲戚的言论
14)讲述关于各种交通工具的言论
15)讲述各个村庄的言论
16)讲述各个乡镇的言论
17)讲述各个府的言论
18)讲述各种农村的言论
19)讲述关于女子的言论
20)讲述关于男子的言论
21)讲述勇敢的言论
22)讲述各个街道以及处在另个街道人的言论
23)讲述关于河边码头或仆人的言论
24)讲述已经往生了的亲属言论
25)讲述其他的事情,却不说事情的开头和结尾。
26)讲述哪个人是开创世界或者创造世界地图的人
27)讲述关于海洋的事情,冋到说为什么海洋被称之为江河,回答就 是因为河神是创造者等。
28)讲述发展与衰退的事情时,说如此的做法是衰退的原因,如此的 做法是发展的原因等。
29)讲述关于森林的言论
30)讲述关于山川的言论
31)讲述关于河流的言论
32)讲述关于岛屿的言论
ติรัจฉานกถาทั้ง 32 ประการดังที่ได้กล่าวมานี้ แม้ว่าบางอย่างจะเป็นประโยชน์ในทางโลกได้ก็จริง แต่ทว่าในด้านทางธรรมที่เกี่ยวกับการปฏิบัติแล้ว ถือว่าเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ฉะนั้นพระพุทธองค์จึงตรัสว่าเป็นติรัจฉานกถา ส่วนในด้านการปริยัตินั้นส่วนมากก็คงเป็นอุปสรรคได้เช่นเดียวกัน กล่าวคือ ทำให้ไม่ได้รับผลดีเต็มที่จากการศึกษานั้นๆ ดังนั้น จึงเป็นติรัจฉานกถาฝ่ายด้านปริยัติอีกด้วย
以上所陈述到的这三十二项畜生论,虽然有些项在世俗中确实是有 益的,可是在佛法实践方面,却被认为是一种障碍。因此佛陀归类以上 所为是畜生论,包括在佛经里大部分则都认为是存在的障碍。同样的,也就 是说让我们无法学习到完整的知识,因此也会在理论方面的存在障碍。
ในติรัจฉานกถาทั้ง 32 นี้ ถ้าหากว่าได้กล่าวปรารภถึงคุณงามความดีของพระมหากษัตริย์ หรือผู้ใดผู้หนึ่งก็ตามที่มีการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็ดี หรือปรารภถึงผู้มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ก็ดี หรือผู้ที่พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคารบริวารมากมายปานใดก็ดี เหล่านี้ล้วนแต่ต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความตายด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้ายกขึ้นมากล่าวเปรียบเทียบ ประกอบการอธิบายข้อธรรมบางอย่างบางประการ ไม่จัดว่าเป็นโทษแต่ประการใด คงมีแต่การได้รับประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว แต่ถึงกระนั้นก็ตาม สำหรับนัก ปฏิบัติแล้ว ถ้าไม่มีหน้าที่ ก็ไม่จำเป็นต้องนำเอาเรื่องเหล่านี้มาคุยสนทนากันแต่อย่างใดทั้งสิ้น
在这三十二项畜生论中,如果谈及伟大国王的功绩或者任何人都好, 他们做了很多好事或卓越的事,或者拥有富足的财富和众多的侍从也好, 所有这些都处于生死轮回当中。如果在解释佛法时,拿出来做比较,也 不算是什么坏处,反而是好处。但无论如何,对于学习的人来说,如果 没有责任就不需要拿这些事情来谈论。
2.วิคคาหิกกถา
ส่วน “ วิคคาหิกกถา” คือถ้อยคำที่ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน เช่น ท่านเป็นผู้ถูกข้าพเจ้าข่มไว้ ข้าพเจ้าดีกว่าท่าน เป็นต้น มุ่งหมายให้เกิดการทุ่มเถียงกันไม่มีที่จบสิ้น เพราะการทุ่มเถียงกันย่อมเป็นการ ก่อโทสะให้เกิดขึ้นในใจของทั้งสองฝ่าย
วิคคาหิกกถา ล้วนแต่เป็นโทษ ไร้ประโยชน์ ทั้งฝ่ายด้านปริยัติและปฏิบัติ ตลอดจนถึงฝ่ายทางโลก กล่าวคือในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะทำลายความดีงามและความเจริญของตน พร้อมกับทำลายความสามัคคีของหมู่คณะอีกด้วย ครั้นถึงคราวที่จะละจากโลกนี้ไปก็ต้องไปสู่ทุคติภูมิอีก
ดังนั้น ผู้ที่มีความประสงค์ใคร่จะวางตนเป็นบัณฑิตหรือสัปบุรุษ ก็ควรเว้นจากถ้อยคำที่เป็นวิคคาหิกกถาเหล่านี้เสีย
2.争论
对于“争论”这个词,会使人与人之间产生争吵。例如,你被我欺 压,我比你好等,企图挑起无休止的争吵。而争吵必然会让双方的心产 生怒火。
争论,无论在佛经中还是在实践中,甚至是世俗方面,都是一种罪 恶,没有利益。也就是在还活着的时候,损坏美德与繁荣,同时还会破 坏集体的团结与和谐,当往生之后,会坠落恶道。
因此,有目标的人就会将自己变成智者或善人,也就远离这些争吵 的言词。
ถ้อยคำอันควรพูด
กถาวัตถุ 10 ประการ
ทางที่ถูกต้องคือควรเว้นคำพูดที่ทำให้ใจเศร้าหมองเสีย แต่ควรพูดแต่คำที่เป็นประโยชน์ต่อใจ เอื้อต่อสภาวธรรมภายใน คือ ดวงธรรม องค์พระ ในทางพระพุทธศาสนาท่านแบ่งไว้ 10 ประการเรียกว่า กถาวัตถุ
应该说的言词
十项论事
正确的做法应该排除那些让心忧愁的言词,而只说那些对心有益的言 词,善待体内的法身,即法球与佛像。在佛教中划分为十项,称之为论事。
กถาวัตถุ 10 ชื่อว่า ภัสสสัปปายะ เป็นถ้อยคำไม่ขัดกับมรรคผลนิพพาน มี 10 ประการ ดังนี้คือ
1)พูดเรื่องความมักน้อยในกามคุณ 5 ประการ ไม่พูดเรื่องมักมากในกามคุณ 5 ประการ อันได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ผ่านเข้ามาทาง ตา หู จมูก ลิ้น และกาย
2)พูดเรื่องความพอใจตามมีตามได้ในสิ่งของของตนที่ได้มา หรือที่เกิดจากการมีความพอใจ ยินดีในทรัพย์ที่ได้มาโดยบริสุทธิ์
3)พูดเรื่องความสงัดทางกาย วาจา ใจ คือ การหลีกเร้นเข้าหาที่วิเวกในการปฏิบัติธรรม เช่น เดินทางไปปฏิบัติธรรมนอกสถานที่ เช่น ในถ้ำ ในป่าหรือรีสอร์ท เป็นต้น
4)พูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับกามคุณอารมณ์ เรื่องเพศ เรื่องกาม
5)พูดเรื่องการขยันหมั่นเพียรในการทำความดี ในการสร้างบารมี
6)พูดเรื่องศีลที่ตนหรือผู้อื่นรักษาในทางสรรเสริญยกย่อง
7)พูดเรื่องสมาธิ คือพูดเรื่องการทำสมาธิ ผลของการปฏิบัติธรรม
8)พูดเรื่องปัญญา อาจเป็นธรรมะที่ได้ฟังมาจากพระอาจารย์
9)พูดเรื่องวิมุตติ คือ พูดเรื่องผลการปฏิบัติของผู้เข้าถึงสภาวธรรมภายในเพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้น
10)พูดเรื่องวิมุตติญาณทัสสนะ
十论事,与涅槃不相矛盾的言词,一共有十项,如下:
1)讲述那些让五欲知足的事情,不讲述那些让五欲贪婪的事情。其包 括通过眼睛、耳朵、鼻子、舌头和身体接触后,产生的色、声、香、味、触。
2)讲述对自己所得物品感到满足的事情,或者对自己拥有的合法财富 感到知足。
3)讲述对身、口、意清净的事情,即:去寻找幽静的地方修行。例如 去到别的场所修行,如山洞、森林或度假村等。
4)讲述那些不关于五欲、性、情欲之事。
5)讲述关于勤修善行和波罗蜜之事。
6)讲述赞美自己或他人所持戒律之事。
7)讲述禅定的事情,即禅定修行的经验。
8)讲述智慧之事,可能是从师父那里听来的佛法。
9)讲述解脱之事,即:为了增加修行的信心,讲述那位能够证入法身 的人之修行经验。
10)讲述解脱知见之事。
กถาวัตถุ 10 ประการดังกล่าวมาแล้วนี้ แม้จะเป็นถ้อยคำที่ไม่ขัดกับมรรคผลนิพพานแต่ประการใด ก็จริง สำหรับนักปฏิบัติไม่ควรพูดมาก ควรพูดแต่พอประมาณ เพื่อจะได้รักษาสมาธิและปฏิภาคนิมิต ดังนั้น ท่านอรรถกถาจารย์จึงได้สั่งไว้ว่า แม้เป็นกถาวัตถุ 10 ก็ตาม ก็จง พูดแต่พอประมาณ อย่าให้มากเกินไปนัก
以上所讲的这十论事,虽然跟涅槃不相矛盾,但即使如此,修行者 也不应该多谈论,只需要适当就好,因为这样可以维持禅定和似相。因 此,论师就教导道:“即使是十论事,适当谈论就好,不应说过多。”
6.4 บุคคลที่ไม่สมควรและสมควร
บุคคลที่ไม่สมควรแก่การเข้าไปสนทนาปราศรัยในขณะที่กำลังปฏิบัติอยู่นั้น มีอยู่ 2 จำพวก คือ
1)บุคคลที่มีปกติชอบบำรุง ประคบประหงม ตกแต่งร่างกาย เพื่อให้เกิดความกำหนัดยินดี แก่ฝ่ายตรงข้าม ไม่ได้ตกแต่งตนเพื่อมุ่งให้เกิดความน่าเลื่อมใสของใจ
2)บุคคลที่มีปกติชอบคุยชอบพูดแต่ในติรัจฉานกถา 32
ทั้ง 2 จำพวกนี้ย่อมทำให้ใจของผู้ปฏิบัติ เกิดความหม่นหมอง ไม่สงบ เพราะฉะนั้นบุคคลจำพวกนี้จึง จัดเป็นบุคคลที่ไม่ควรเข้าใกล้
บุคคลที่สมควรแก่การเข้าไปสนทนาปราศรัยในขณะที่กำลังปฏิบัติอยู่นั้น ก็มีอยู่ 2 จำพวก คือ
1)บุคคลที่มีปกติไม่ใคร่คุยไม่ใคร่พูด ในเรื่องติรัจฉานกถา
2)บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ และปัญญา
ทั้ง 2 จำพวกนี้ย่อมทำให้จิตใจของคู่สนทนา เกิดความสงบ เยือกเย็น ผ่องใสได้ ฉะนั้นบุคคลจำพวกนี้ จึงจัดเป็นบุคคลสัปปายะ
6. 4适合结交和不适合结交的人
在修行的时候,不应与两种类型的人交谈,分别是:
1)平常喜欢打扮自己的人不应该交谈,因为这样会让身边的人产生欲望。 相反的,不化妆也能让心产生信仰。
2)平常喜欢交谈三十二项畜生论的人。
这两种人会让修行者的心产生忧愁,不平静。因此,这类人被划分 为不应该交谈之人。
正在修行的时候,有两种类型的人适合交谈,分别是:
1)平常不交谈畜生论的人。
2)平常具足持戒、禅定和智慧的人。
这两种类型的人能够让与之交谈的人之心产生平静和明亮。因此这 种类型的人,归类为适合谈话的人。
1)บุคคลที่มีปกติชอบบำรุง ประคบประหงม ตกแต่งร่างกาย เพื่อให้เกิดความกำหนัดยินดี แก่ฝ่ายตรงข้าม ไม่ได้ตกแต่งตนเพื่อมุ่งให้เกิดความน่าเลื่อมใสของใจ
2)บุคคลที่มีปกติชอบคุยชอบพูดแต่ในติรัจฉานกถา 32
ทั้ง 2 จำพวกนี้ย่อมทำให้ใจของผู้ปฏิบัติ เกิดความหม่นหมอง ไม่สงบ เพราะฉะนั้นบุคคลจำพวกนี้จึง จัดเป็นบุคคลที่ไม่ควรเข้าใกล้
บุคคลที่สมควรแก่การเข้าไปสนทนาปราศรัยในขณะที่กำลังปฏิบัติอยู่นั้น ก็มีอยู่ 2 จำพวก คือ
1)บุคคลที่มีปกติไม่ใคร่คุยไม่ใคร่พูด ในเรื่องติรัจฉานกถา
2)บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ และปัญญา
ทั้ง 2 จำพวกนี้ย่อมทำให้จิตใจของคู่สนทนา เกิดความสงบ เยือกเย็น ผ่องใสได้ ฉะนั้นบุคคลจำพวกนี้ จึงจัดเป็นบุคคลสัปปายะ
6. 4适合结交和不适合结交的人
在修行的时候,不应与两种类型的人交谈,分别是:
1)平常喜欢打扮自己的人不应该交谈,因为这样会让身边的人产生欲望。 相反的,不化妆也能让心产生信仰。
2)平常喜欢交谈三十二项畜生论的人。
这两种人会让修行者的心产生忧愁,不平静。因此,这类人被划分 为不应该交谈之人。
正在修行的时候,有两种类型的人适合交谈,分别是:
1)平常不交谈畜生论的人。
2)平常具足持戒、禅定和智慧的人。
这两种类型的人能够让与之交谈的人之心产生平静和明亮。因此这 种类型的人,归类为适合谈话的人。
6.5 อาหารที่ไม่ควรบริโภคและควรบริโภค
อาหารที่ไม่ควรบริโภคและควรบริโภคในขณะที่กำลังปฏิบัติภาวนา
เช่นผู้ปฏิบัติบางท่านได้รับประทานอาหารที่มีรสหวานซึ่งไม่ถูกปากทำให้ไม่มี
ความชุ่มชื่นผาสุกใจ จิตใจไม่มั่นคง แต่เมื่อได้อาหาร
ที่มีรสเปรี้ยวแล้วจะรู้สึกชุ่มชื่นผาสุกใจ
ทำให้จิตใจมั่นคงและถาวรยิ่งขึ้น ฉะนั้นอาหารที่มีรสหวานนั้นจึงเป็น “
อสัปปายะ” ส่วนอาหารที่มีรสเปรี้ยวนั้นเป็น “ สัปปายะ”
บางท่านเมื่อได้รับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวแล้วไม่ถูกปาก ไม่มีความชุ่มชื่นผาสุกใจ จิตใจไม่มั่นคง แต่เมื่อได้อาหารที่มีรสหวานแล้วก็รู้สึกชุ่มชื่นผาสุกใจ ทำให้จิตใจถาวรและมั่นคงยิ่งขึ้น ฉะนั้นอาหารที่มีรสเปรี้ยวนั้นจึงเป็น “ อสัปปายะ” ส่วนอาหารที่มีรสหวานเป็น “ สัปปายะ” แก่ผู้ปฏิบัตินั้น เป็นต้น
6. 5应该饮用和不应该饮用的食物
对于正在禅定的时候,应该饮用和不应该饮用的食物。例如,有些 修行的人得到的甜味食物不合胃口,就会让他不舒心,心灵不平稳。但 是当得到含有酸味的食物食用了之后,就会感觉到很舒心,让心灵很开 朗,导致心的稳定。因此,那种甜味食物属于“不适合食用”,而那种含 有酸味的食物则属于“适合食用”。有些人当吃了含有酸味的食物后, 因不合胃口而感到不舒心,心不平稳。但当吃了含有甜味的食物后,就 会感到舒心开朗,让心很稳定。因此,那种含有酸味的食物就属于“不 适合”,而那种含有甜味的食物则属于“适合”等等。
บางท่านเมื่อได้รับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวแล้วไม่ถูกปาก ไม่มีความชุ่มชื่นผาสุกใจ จิตใจไม่มั่นคง แต่เมื่อได้อาหารที่มีรสหวานแล้วก็รู้สึกชุ่มชื่นผาสุกใจ ทำให้จิตใจถาวรและมั่นคงยิ่งขึ้น ฉะนั้นอาหารที่มีรสเปรี้ยวนั้นจึงเป็น “ อสัปปายะ” ส่วนอาหารที่มีรสหวานเป็น “ สัปปายะ” แก่ผู้ปฏิบัตินั้น เป็นต้น
6. 5应该饮用和不应该饮用的食物
对于正在禅定的时候,应该饮用和不应该饮用的食物。例如,有些 修行的人得到的甜味食物不合胃口,就会让他不舒心,心灵不平稳。但 是当得到含有酸味的食物食用了之后,就会感觉到很舒心,让心灵很开 朗,导致心的稳定。因此,那种甜味食物属于“不适合食用”,而那种含 有酸味的食物则属于“适合食用”。有些人当吃了含有酸味的食物后, 因不合胃口而感到不舒心,心不平稳。但当吃了含有甜味的食物后,就 会感到舒心开朗,让心很稳定。因此,那种含有酸味的食物就属于“不 适合”,而那种含有甜味的食物则属于“适合”等等。
6.6 อากาศที่ไม่สบายและสบาย
อากาศที่ไม่สบายและสบายในขณะที่กำลังปฏิบัติอยู่นั้น
ผู้ปฏิบัติบางท่านเมื่อได้รับอากาศร้อน แล้วก็รู้สึกไม่ใคร่สบายใจ
จิตใจที่ยังไม่แจ่มใสตั้งมั่นก็กลับหงุดหงิดฟุ้งซ่านขึ้นมา
แต่ถ้าได้รับอากาศเย็นก็รู้สึกสบาย
จิตใจที่ยังไม่แจ่มใสไม่ตั้งมั่นก็กลับแจ่มใส ตั้งมั่น สงบ ระงับ
แล้วก็ถาวรยิ่งๆ ขึ้นไป ฉะนั้นอากาศร้อนจึงเป็น “ อสัปปายะ” อากาศเย็นเป็น “
สัปปายะ”แก่ผู้ปฏิบัตินั้น
6. 6舒适和不舒适的天气
对于修行时的天气,有些修行者当遇到炎热的天气时,心就会感觉 到非常的不舒服,原先还没有明亮平稳的心,就又回到了暴躁及胡思乱 想的状态中。但当遇到清凉的天气时,心就会感觉非常的舒服,原本还没有 明亮平稳的心,就立刻转变为明亮、平稳和宁静的状态,并能够保持很久。因 此,炎热的天气“不适合”该修行者,而清凉的天气则“适合”该修行者。
บางท่านเมื่อได้รับอากาศเย็นแล้วรู้สึกไม่สบาย จิตใจที่ยังไม่แจ่มใสไม่ตั้งมั่นก็กลับกระสับกระส่าย ขุ่นหมองยิ่งขึ้น จิตใจที่สงบระงับแจ่มใสตั้งมั่นแล้วก็กลับหงุดหงิดฟุ้งซ่านขึ้นมา แต่ถ้าได้รับอากาศร้อนแล้ว ร่างกายก็รู้สึกสบาย จิตใจที่ยังไม่แจ่มใสไม่ตั้งมั่น ก็กลับแจ่มใส ตั้งมั่น สงบ ระงับ แล้วก็ถาวรยิ่งๆ ขึ้นไป ฉะนั้นอากาศเย็นจึงเป็น “ อสัปปายะ” อากาศร้อนเป็น “ สัปปายะ” แก่ผู้ปฏิบัติ เป็นต้น
有些修行者当遇到清凉的天气时,心就会感觉非常的不舒服,原本 还没有明亮平稳的心,就回到了暴躁和胡思乱想的状态。但当遇到炎热 的天气时,心就会感觉非常的舒服,原本还没有明亮平稳的心就立刻转 变为明亮、平稳和宁静的状态,并能够保持得很久。因此,清凉的天气 “不适合”该修行者,而炎热的天气则“适合”该修行者等。6. 6舒适和不舒适的天气
对于修行时的天气,有些修行者当遇到炎热的天气时,心就会感觉 到非常的不舒服,原先还没有明亮平稳的心,就又回到了暴躁及胡思乱 想的状态中。但当遇到清凉的天气时,心就会感觉非常的舒服,原本还没有 明亮平稳的心,就立刻转变为明亮、平稳和宁静的状态,并能够保持很久。因 此,炎热的天气“不适合”该修行者,而清凉的天气则“适合”该修行者。
บางท่านเมื่อได้รับอากาศเย็นแล้วรู้สึกไม่สบาย จิตใจที่ยังไม่แจ่มใสไม่ตั้งมั่นก็กลับกระสับกระส่าย ขุ่นหมองยิ่งขึ้น จิตใจที่สงบระงับแจ่มใสตั้งมั่นแล้วก็กลับหงุดหงิดฟุ้งซ่านขึ้นมา แต่ถ้าได้รับอากาศร้อนแล้ว ร่างกายก็รู้สึกสบาย จิตใจที่ยังไม่แจ่มใสไม่ตั้งมั่น ก็กลับแจ่มใส ตั้งมั่น สงบ ระงับ แล้วก็ถาวรยิ่งๆ ขึ้นไป ฉะนั้นอากาศเย็นจึงเป็น “ อสัปปายะ” อากาศร้อนเป็น “ สัปปายะ” แก่ผู้ปฏิบัติ เป็นต้น
6.7 อิริยาบถที่ไม่สบายและสบาย
ในอิริยาบถ 4 อย่างนั้น
ผู้ปฏิบัติบางท่านเมื่อทำการปฏิบัติอยู่ในอิริยาบถนอนแล้วก็ทำให้
รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน ไม่ใคร่จะได้รับผลดี
แต่ถ้าทำการปฏิบัติอยู่ในอิริยาบถอื่นๆ กลับรู้สึกว่าสบายกาย สบายใจ
ทั้งได้รับผลดี ไม่มีนิวรณ์เกิดขึ้นกวนใจ
บางท่านก็ไม่สบายกายสบายใจเมื่อปฏิบัติในอิริยาบถเดิน
แต่ถ้าอยู่ในอิริยาบถนั่งกับยืนแล้วรู้สึกสบายกายสบายใจ
อิริยาบถนั้นก็จัดเป็นสัปปายะแก่ผู้ปฏิบัตินั้น
6. 7舒服和不舒服的姿势
在行坐卧立这四种姿势里,有些修行者当以卧姿来禅定时,就会感 觉疲倦欲睡,就无法达到预期的效果。但如果以其他姿势来禅定,则会 感觉到身心舒服,然后取得很好的效果,不会产生五盖。而有些修行者 以行姿来修行时,也会感觉到不舒服,但当以坐和立的姿势来禅定时, 身心却又感觉到很舒服,如此则被认作是适合于修行者的姿势。
อนึ่ง ในการปฏิบัติ จริงๆ แล้วต้องปฏิบัติเจริญภาวนาทุกๆ อิริยาบถอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าหาก เราอยู่ในอิริยาบถใดแล้วสัปปายะแก่การทำสมาธิ ก็ให้อยู่ในอิริยาบถนั้นมาก อิริยาบถอื่นๆ ก็ลดลงตามส่วน
另外,在真正的修行中,应持续的实践各种各样的姿势。如果我们 感觉到哪种姿势比较适合自己,那么就应该多采用那种姿势,而其他的 姿势就按比例相对的减少一些。
อิริยาบถที่สัปปายะแก่บุคคลส่วนใหญ่ คือการนั่ง เพราะสามารถอยู่ในท่านั่งได้นานที่สุด โดยมีสติมั่นคงเป็นสมาธิดีทีสุด และหากนั่งขัดสมาธิไประยะหนึ่งแล้วเกิดอาการเมื่อย ก็อาจเปลี่ยนเป็นนั่งพับเพียบได้ตามสมควรแก่สัปปายะ
适合大多数人采用的姿势是以坐的方式,因为这是能维持禅定最久 的姿势,同时也是在禅定状态中保持正念最稳定的姿势。如果以盘腿的 姿势禅定久了,有酸麻的感觉,就应转换成侧坐的姿势,或自己感觉舒 服的姿势继续禅定。
ผู้ปฏิบัติที่กำลังประคองรักษานิมิตอยู่ โดยเว้นจากอสัปปายะ 7 แล้วเสพสัปปายะ 7 ประการ ตามที่ได้อธิบายมาแล้วนี้ บางท่านก็เข้าถึง “ ปฐมมรรค” หรือ”ปฐมฌาน” ได้ แต่หากว่าบางท่านยังไม่เข้าถึง พึงบำเพ็ญ “ อัปปนาโกศล” 10 ประการให้เกิดขึ้นในตนอย่างบริบูรณ์
正在护持所缘的修行者,摒除这七项不适当,而采用此前解释过的 七项适当,那么该修行者就能够证入“初道”或“初禅”。但如果有些修 行者还是不能证入,应该执行十项“安止熟练”,使之能够圆满的实现。
อัปปนาโกศล 10
อัปปนาโกศล 10 ประการ มีดังต่อไปนี้
1.จงชำระร่างกายและเครื่องนุ่งห่มให้สะอาด ตลอดจนทำการปัดกวาดเช็ดถูสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้หมดจด สะอาดสะอ้าน แล้วจัดวางให้เป็นระเบียบเรียบร้อยดูเย็นตา
十安止熟练
十项安止熟练,有如下:
1.沐浴身体与清洗衣服,接下来打扫和擦拭各种使用的工具,使之清洁 干净,然后摆放整齐。
2.กระทำอินทรีย์ทั้ง 5 มีศรัทธากับปัญญา วิริยะกับสมาธิ ให้เสมอกันในหน้าที่ของตนๆ โดยเฉพาะสำหรับสตินั้น ต้องกระทำให้มากยิ่งกว่าธรรมทั้งปวง เพราะกุศลธรรมเหล่านั้นย่อมมีสติเป็นที่พำนัก เป็นเครื่องป้องกันรักษาไม่ให้จิตตกไปสู่นิวรณ์ได้
ตัวอย่างเช่น ถ้ามีศรัทธามากกว่า อินทรีย์อีก 4 อย่างน้อย ผลก็คือวิริยะซึ่งทำหน้าที่ประคองสติ สมาธิซึ่งทำหน้าที่ไม่ฟุ้งซ่าน ปัญญาซึ่งทำหน้าที่รู้เห็น แต่ละอย่างๆ ไม่อาจทำหน้าที่ของตนได้เต็มขีดขั้น ดังนั้นต้องลดศรัทธาลงด้วยวิธีไม่ใส่ใจ
2.五根中的信根和慧根,精进根和定根,要让自己的责任保持平衡,但 念根会承担更多的职责。因为另外四种根会由念根(正念)引领,不 让心坠入“盖”的陷阱。(五盖:贪欲盖、嗔恚盖、惽沉睡眠盖、掉举 恶作盖、疑盖)
例如,如果信根多于其他的四根,那么其结果就是让负责护持正 念的精进根,负责护持不让心散乱的定根,责任护持知见的慧根,无 法圆满的履行自己的职责,因此,需要通过不在意的方法来减少信根。
3.มีความฉลาดในนิมิต คือ
ประการที่ 1 ฉลาดในการทำนิมิตที่ยังไม่เกิดให้เกิด (ฉลาดให้เกิด)
ประการที่ 2 ฉลาดในการรักษานิมิตที่เกิดแล้วมิให้เสื่อม (ฉลาดรักษา)
3.在所缘中拥有聪慧,即为:
第一种:聪慧在于让还没有产生的所缘,使之产生。(聪慧的产生) 第二种:聪慧在于护持已经产生的所缘,使其不衰退。(聪慧的护持)
4.ประคองจิตในเวลาควรประคอง คือ ถ้าเห็นว่าจิตหดหู่ ท้อถอย ตกไปในความเกียจคร้าน ต้องประคองจิตใจด้วยการเจริญธรรมะ 3 ประการ คือ
1)ธัมมวิจยะ นึกถึงธรรมะที่พระเดชพระคุณท่านสอน ตริตรองธรรม แล้วนำมาสอนตน ให้เกิดกำลังใจ
2)สร้างสมาธิ หักดิบนั่งสมาธิทำความเพียรเรื่อยไป จนใจผ่องใส มีความเบิกบาน
3)สร้างปีติ โดยนึกถึงบุญที่เราได้สร้างไว้ ให้เกิดปีติอิ่มเอมใจ
4.当心需要护持的时候,应该给予护持。如果发现心开始懒惰、畏缩, 并心灰意冷时,就必须运用三项佛法来精进护持。即为:
1)择法,想起师父所教导的佛法,思索后拿来教导自己,使自己产生信心。
2)树立禅定,毅然坚持精进的禅定,直到心明亮与愉快。
3)营造法喜,意念我们曾经修过的功德,让心法喜充满。
5.จิตฺตนิคฺคโห ข่มจิตในเวลาควรข่ม คือถ้าเห็นว่าจิตใจฟุ้งซ่าน เพราะศรัทธา วิริยะ ปัญญากล้า ต้องข่มจิตไว้ด้วยการเจริญธรรมะ 3 ประการ คือ
1)ปัสสัทธิ หลับตา ใจให้สงบจากความโลภ ความโกรธ และความหลง
2)สมาธิ ทำจิตของตนให้ตั้งมั่น
3)อุเบกขา วางเฉยจากอารมณ์เรื่องราวกวนใจต่างๆ
5.在适当的时候控制心。即:当发现心因为信根、精进根、慧根而胡思 乱想时,就应该精进三项佛法来给予克制,即:
1)轻松的闭眼,让心从贪、嗔、痴中静止。
2)禅定,让自己的心灵稳定。
3)捨(慈、悲、喜、捨,四无量心之一),自然的放下心中所有的事情。
6.เวลาใดรู้สึกว่ามีความเบื่อหน่ายในการเจริญภาวนา เวลานั้นควรปลูกความเชื่อ เลื่อมใส ในการเจริญภาวนา เพื่อยังจิตใจให้ร่าเริง โดยนึกถึงสังเวควัตถุ คือเรื่องที่ทำให้เกิดความสังเวชสลดใจ ได้แก่การ พิจารณาเห็นทุกข์ต่างๆ แล้วสลดหรือนึกถึงคุณของพระรัตนตรัย
6.当在禅定中感觉到厌烦的时候,为了让心继续保持愉快的状态,就应 该培养信念与信仰。通过意念痛苦的事情,例如,观察分析看到各种 痛苦,然后心会悲伤,或意念到三宝的恩德。
7.เวลาใดจิตใจไม่มีการท้อถอย ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่เบื่อหน่ายในการเจริญภาวนา เวลานั้นควรประคองใจไว้ให้นิ่งเฉย โดยไม่ต้องยกจิต ข่มจิต และทำจิตใจให้ร่าเริงแต่อย่างใดทั้งสิ้น
7.在禅定时,如果心没有畏缩、胡思乱想和厌烦的状况,那个时候就应该护持 让心自然的宁静。而不用去放纵或抑制心,让心一直都保持着愉快的状态。
8.อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนํ เว้นจากบุคคลที่มีจิตใจไม่สงบ มีความประพฤติเหลาะแหละ วอกแวก ไม่มั่นคงในการงาน เตร็ดเตร่เที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ
8.远离心不宁静、信口开河、心神不定、不专心工作、漫步于各种场合之人。
9.จงคบหาสมาคมกับผู้ที่มีความประพฤติมั่นคง ไม่จับจด มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น
9.必须与那些拥有稳定行为,不敷衍,有明亮心的人结交为友。
10.จงน้อมใจอยู่แต่ในเรื่องฌานสมาธิ คือมีความพยายาม ดูนิมิต สืบต่อเนื่องกันอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดสาย
10.必须虚心于禅定中,即是要一直持续不断且勤奋的观想所缘。
นอกจากบำเพ็ญ “ อัปปนาโกศล” 10 ประการแล้ว ให้ระวัง “ อุปกิเลส” ของสมาธิ 11 ประการ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการประคองใจรักษานิมิตดังนี้ คือ
1.วิจิกิจฉา ความลังเล หรือความสงสัย
2.อมนสิการ ความไม่ใส่ใจไว้ให้ดี
3.ถีนมิทธะ ความท้อ และความเคลิบเคลิ้มง่วงนอน
4.ฉิมภิตัตตะ ความสะดุ้งหวาดกลัว
5.อุพพิละ ความตื่นเต้นด้วยความยินดี
6.ทุฏฐุลละ ความไม่สงบกาย ความคะนองหยาบ
7.อัจจารัทธวิริยะ ความเพียรจัดเกินไป
8.อติลีนวิริยะ ความเพียรย่อหย่อนเกินไป
9.อภิชัปปา ความอยาก
10.มานัตตสัญญา ความนึกไปในสิ่งต่างๆ
11.รูปานํ อตินิชฌายิตัตตะ ความเพ่งต่อรูปจนเกินไป
除了实行“十安止熟练”之外,还应注意可能在护持心和维持所缘 时,产生的^^一项小烦恼。
1.犹豫或怀疑
2.不在乎
3.昏眠与昏沉睡眠
4.恐惧惊吓
5.乐意于激动
6.身不安定,鲁莽粗俗
7.过于勤奋
8.过于放逸
9.奢望、渴望
10.想各种各样的事情
11.过度的凝视图像
ความเพียร 3 ประเภทเปรียบเทียบกับผึ้ง 3 จำพวก
ในการฝึกหัดจิตใจประคองรักษานิมิต ควรใช้ความเพียรแต่พอปานกลาง อย่าให้กล้านัก เพราะจะทำให้เป็นเหตุแห่งความฟุ้งซ่าน อย่าให้อ่อนนัก เพราะจะเป็นเหตุแห่งความเกียจคร้าน ท่านเปรียบเทียบไว้กับผึ้งดังนี้
三种精进与三类蜜蜂的比较
在练习护持所缘中,应该使用适度的勤奋与毅力,不要过于强硬, 因为那样将会导致胡思乱想,同时也不要过于软弱,因为那样会让懒惰 产生。我们可以用蜜蜂来做比较:
ผึ้งจำพวกที่ 1 ไม่ฉลาด รู้ว่าดอกไม้ที่นั้น หรือที่โน้นบานแล้วก็บินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้บินเลย ดอกไม้นั้นไป ครั้นรู้ตัวว่าบินเลยไปเสียแล้วก็บินย้อนกลับมา กว่าจะถึง ผึ้งตัวอื่นก็เคล้าเกสรดอกไม้ไปหมดแล้ว ตนก็ไม่ได้เกสร
第一种类型的蜜蜂:不聪明,知道哪边的花开了,就一直往花开的方向
快速飞去。但它却飞过头了,当领悟到超过时又飞回 来,就要快到蜂巢的时候,其他的蜜蜂已经把花粉采 集完了,最终自己什么也得不到。
ผึ้งจำพวกที่ 2 ไม่ฉลาด บินไปช้าๆ พอไปถึงผึ้งตัวอื่นก็เคล้าเกสรไปหมดแล้ว ตนก็ไม่ได้เกสรเช่นเดียวกันกับพวกที่ 1
第二种类型的蜜蜂:不聪明,飞得很慢,当快要到达的时候,其他的蜜
蜂已经把花粉给采集完了。自己也跟第一种类型的蜜 蜂一样,采不到蜂蜜。
ผึ้งจำพวกที่ 3 ฉลาด บินไปไม่ช้านัก ไม่เร็วนัก คลึงเคล้าเอาเกสรได้สมปรารถนา
第三种类型的蜜蜂:聪明,不会飞得太慢或太快。但能够顺利的采集到花粉。
ผู้ทำความเพียรจัดไป ก็เหมือนกับ ผึ้งจำพวกที่ 1
ผู้ทำความเพียรอ่อนไป ก็เหมือนกับ ผึ้งจำพวกที่ 2
ผู้ทำความเพียรปานกลางสม่ำเสมอ ก็เหมือนกับ ผึ้งจำพวกที่ 3 สามารถบรรลุอัปปนาสมาธิ เข้าถึงปฐมมรรค หรือปฐมฌาน ได้สมปรารถนา
过度强硬的人就会如第一种类型的蜜蜂。
过度软弱的人就会如第二种类型的蜜蜂。
保持适度的人就会如第三种类型的蜜蜂。
如果能够到达安止定,就能如愿的证入初道或初禅。
6. 7舒服和不舒服的姿势
在行坐卧立这四种姿势里,有些修行者当以卧姿来禅定时,就会感 觉疲倦欲睡,就无法达到预期的效果。但如果以其他姿势来禅定,则会 感觉到身心舒服,然后取得很好的效果,不会产生五盖。而有些修行者 以行姿来修行时,也会感觉到不舒服,但当以坐和立的姿势来禅定时, 身心却又感觉到很舒服,如此则被认作是适合于修行者的姿势。
อนึ่ง ในการปฏิบัติ จริงๆ แล้วต้องปฏิบัติเจริญภาวนาทุกๆ อิริยาบถอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าหาก เราอยู่ในอิริยาบถใดแล้วสัปปายะแก่การทำสมาธิ ก็ให้อยู่ในอิริยาบถนั้นมาก อิริยาบถอื่นๆ ก็ลดลงตามส่วน
另外,在真正的修行中,应持续的实践各种各样的姿势。如果我们 感觉到哪种姿势比较适合自己,那么就应该多采用那种姿势,而其他的 姿势就按比例相对的减少一些。
อิริยาบถที่สัปปายะแก่บุคคลส่วนใหญ่ คือการนั่ง เพราะสามารถอยู่ในท่านั่งได้นานที่สุด โดยมีสติมั่นคงเป็นสมาธิดีทีสุด และหากนั่งขัดสมาธิไประยะหนึ่งแล้วเกิดอาการเมื่อย ก็อาจเปลี่ยนเป็นนั่งพับเพียบได้ตามสมควรแก่สัปปายะ
适合大多数人采用的姿势是以坐的方式,因为这是能维持禅定最久 的姿势,同时也是在禅定状态中保持正念最稳定的姿势。如果以盘腿的 姿势禅定久了,有酸麻的感觉,就应转换成侧坐的姿势,或自己感觉舒 服的姿势继续禅定。
ผู้ปฏิบัติที่กำลังประคองรักษานิมิตอยู่ โดยเว้นจากอสัปปายะ 7 แล้วเสพสัปปายะ 7 ประการ ตามที่ได้อธิบายมาแล้วนี้ บางท่านก็เข้าถึง “ ปฐมมรรค” หรือ”ปฐมฌาน” ได้ แต่หากว่าบางท่านยังไม่เข้าถึง พึงบำเพ็ญ “ อัปปนาโกศล” 10 ประการให้เกิดขึ้นในตนอย่างบริบูรณ์
正在护持所缘的修行者,摒除这七项不适当,而采用此前解释过的 七项适当,那么该修行者就能够证入“初道”或“初禅”。但如果有些修 行者还是不能证入,应该执行十项“安止熟练”,使之能够圆满的实现。
อัปปนาโกศล 10
อัปปนาโกศล 10 ประการ มีดังต่อไปนี้
1.จงชำระร่างกายและเครื่องนุ่งห่มให้สะอาด ตลอดจนทำการปัดกวาดเช็ดถูสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้หมดจด สะอาดสะอ้าน แล้วจัดวางให้เป็นระเบียบเรียบร้อยดูเย็นตา
十安止熟练
十项安止熟练,有如下:
1.沐浴身体与清洗衣服,接下来打扫和擦拭各种使用的工具,使之清洁 干净,然后摆放整齐。
2.กระทำอินทรีย์ทั้ง 5 มีศรัทธากับปัญญา วิริยะกับสมาธิ ให้เสมอกันในหน้าที่ของตนๆ โดยเฉพาะสำหรับสตินั้น ต้องกระทำให้มากยิ่งกว่าธรรมทั้งปวง เพราะกุศลธรรมเหล่านั้นย่อมมีสติเป็นที่พำนัก เป็นเครื่องป้องกันรักษาไม่ให้จิตตกไปสู่นิวรณ์ได้
ตัวอย่างเช่น ถ้ามีศรัทธามากกว่า อินทรีย์อีก 4 อย่างน้อย ผลก็คือวิริยะซึ่งทำหน้าที่ประคองสติ สมาธิซึ่งทำหน้าที่ไม่ฟุ้งซ่าน ปัญญาซึ่งทำหน้าที่รู้เห็น แต่ละอย่างๆ ไม่อาจทำหน้าที่ของตนได้เต็มขีดขั้น ดังนั้นต้องลดศรัทธาลงด้วยวิธีไม่ใส่ใจ
2.五根中的信根和慧根,精进根和定根,要让自己的责任保持平衡,但 念根会承担更多的职责。因为另外四种根会由念根(正念)引领,不 让心坠入“盖”的陷阱。(五盖:贪欲盖、嗔恚盖、惽沉睡眠盖、掉举 恶作盖、疑盖)
例如,如果信根多于其他的四根,那么其结果就是让负责护持正 念的精进根,负责护持不让心散乱的定根,责任护持知见的慧根,无 法圆满的履行自己的职责,因此,需要通过不在意的方法来减少信根。
3.มีความฉลาดในนิมิต คือ
ประการที่ 1 ฉลาดในการทำนิมิตที่ยังไม่เกิดให้เกิด (ฉลาดให้เกิด)
ประการที่ 2 ฉลาดในการรักษานิมิตที่เกิดแล้วมิให้เสื่อม (ฉลาดรักษา)
3.在所缘中拥有聪慧,即为:
第一种:聪慧在于让还没有产生的所缘,使之产生。(聪慧的产生) 第二种:聪慧在于护持已经产生的所缘,使其不衰退。(聪慧的护持)
4.ประคองจิตในเวลาควรประคอง คือ ถ้าเห็นว่าจิตหดหู่ ท้อถอย ตกไปในความเกียจคร้าน ต้องประคองจิตใจด้วยการเจริญธรรมะ 3 ประการ คือ
1)ธัมมวิจยะ นึกถึงธรรมะที่พระเดชพระคุณท่านสอน ตริตรองธรรม แล้วนำมาสอนตน ให้เกิดกำลังใจ
2)สร้างสมาธิ หักดิบนั่งสมาธิทำความเพียรเรื่อยไป จนใจผ่องใส มีความเบิกบาน
3)สร้างปีติ โดยนึกถึงบุญที่เราได้สร้างไว้ ให้เกิดปีติอิ่มเอมใจ
4.当心需要护持的时候,应该给予护持。如果发现心开始懒惰、畏缩, 并心灰意冷时,就必须运用三项佛法来精进护持。即为:
1)择法,想起师父所教导的佛法,思索后拿来教导自己,使自己产生信心。
2)树立禅定,毅然坚持精进的禅定,直到心明亮与愉快。
3)营造法喜,意念我们曾经修过的功德,让心法喜充满。
5.จิตฺตนิคฺคโห ข่มจิตในเวลาควรข่ม คือถ้าเห็นว่าจิตใจฟุ้งซ่าน เพราะศรัทธา วิริยะ ปัญญากล้า ต้องข่มจิตไว้ด้วยการเจริญธรรมะ 3 ประการ คือ
1)ปัสสัทธิ หลับตา ใจให้สงบจากความโลภ ความโกรธ และความหลง
2)สมาธิ ทำจิตของตนให้ตั้งมั่น
3)อุเบกขา วางเฉยจากอารมณ์เรื่องราวกวนใจต่างๆ
5.在适当的时候控制心。即:当发现心因为信根、精进根、慧根而胡思 乱想时,就应该精进三项佛法来给予克制,即:
1)轻松的闭眼,让心从贪、嗔、痴中静止。
2)禅定,让自己的心灵稳定。
3)捨(慈、悲、喜、捨,四无量心之一),自然的放下心中所有的事情。
6.เวลาใดรู้สึกว่ามีความเบื่อหน่ายในการเจริญภาวนา เวลานั้นควรปลูกความเชื่อ เลื่อมใส ในการเจริญภาวนา เพื่อยังจิตใจให้ร่าเริง โดยนึกถึงสังเวควัตถุ คือเรื่องที่ทำให้เกิดความสังเวชสลดใจ ได้แก่การ พิจารณาเห็นทุกข์ต่างๆ แล้วสลดหรือนึกถึงคุณของพระรัตนตรัย
6.当在禅定中感觉到厌烦的时候,为了让心继续保持愉快的状态,就应 该培养信念与信仰。通过意念痛苦的事情,例如,观察分析看到各种 痛苦,然后心会悲伤,或意念到三宝的恩德。
7.เวลาใดจิตใจไม่มีการท้อถอย ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่เบื่อหน่ายในการเจริญภาวนา เวลานั้นควรประคองใจไว้ให้นิ่งเฉย โดยไม่ต้องยกจิต ข่มจิต และทำจิตใจให้ร่าเริงแต่อย่างใดทั้งสิ้น
7.在禅定时,如果心没有畏缩、胡思乱想和厌烦的状况,那个时候就应该护持 让心自然的宁静。而不用去放纵或抑制心,让心一直都保持着愉快的状态。
8.อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนํ เว้นจากบุคคลที่มีจิตใจไม่สงบ มีความประพฤติเหลาะแหละ วอกแวก ไม่มั่นคงในการงาน เตร็ดเตร่เที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ
8.远离心不宁静、信口开河、心神不定、不专心工作、漫步于各种场合之人。
9.จงคบหาสมาคมกับผู้ที่มีความประพฤติมั่นคง ไม่จับจด มีจิตผ่องใส ตั้งมั่น
9.必须与那些拥有稳定行为,不敷衍,有明亮心的人结交为友。
10.จงน้อมใจอยู่แต่ในเรื่องฌานสมาธิ คือมีความพยายาม ดูนิมิต สืบต่อเนื่องกันอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดสาย
10.必须虚心于禅定中,即是要一直持续不断且勤奋的观想所缘。
นอกจากบำเพ็ญ “ อัปปนาโกศล” 10 ประการแล้ว ให้ระวัง “ อุปกิเลส” ของสมาธิ 11 ประการ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการประคองใจรักษานิมิตดังนี้ คือ
1.วิจิกิจฉา ความลังเล หรือความสงสัย
2.อมนสิการ ความไม่ใส่ใจไว้ให้ดี
3.ถีนมิทธะ ความท้อ และความเคลิบเคลิ้มง่วงนอน
4.ฉิมภิตัตตะ ความสะดุ้งหวาดกลัว
5.อุพพิละ ความตื่นเต้นด้วยความยินดี
6.ทุฏฐุลละ ความไม่สงบกาย ความคะนองหยาบ
7.อัจจารัทธวิริยะ ความเพียรจัดเกินไป
8.อติลีนวิริยะ ความเพียรย่อหย่อนเกินไป
9.อภิชัปปา ความอยาก
10.มานัตตสัญญา ความนึกไปในสิ่งต่างๆ
11.รูปานํ อตินิชฌายิตัตตะ ความเพ่งต่อรูปจนเกินไป
除了实行“十安止熟练”之外,还应注意可能在护持心和维持所缘 时,产生的^^一项小烦恼。
1.犹豫或怀疑
2.不在乎
3.昏眠与昏沉睡眠
4.恐惧惊吓
5.乐意于激动
6.身不安定,鲁莽粗俗
7.过于勤奋
8.过于放逸
9.奢望、渴望
10.想各种各样的事情
11.过度的凝视图像
ความเพียร 3 ประเภทเปรียบเทียบกับผึ้ง 3 จำพวก
ในการฝึกหัดจิตใจประคองรักษานิมิต ควรใช้ความเพียรแต่พอปานกลาง อย่าให้กล้านัก เพราะจะทำให้เป็นเหตุแห่งความฟุ้งซ่าน อย่าให้อ่อนนัก เพราะจะเป็นเหตุแห่งความเกียจคร้าน ท่านเปรียบเทียบไว้กับผึ้งดังนี้
三种精进与三类蜜蜂的比较
在练习护持所缘中,应该使用适度的勤奋与毅力,不要过于强硬, 因为那样将会导致胡思乱想,同时也不要过于软弱,因为那样会让懒惰 产生。我们可以用蜜蜂来做比较:
ผึ้งจำพวกที่ 1 ไม่ฉลาด รู้ว่าดอกไม้ที่นั้น หรือที่โน้นบานแล้วก็บินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้บินเลย ดอกไม้นั้นไป ครั้นรู้ตัวว่าบินเลยไปเสียแล้วก็บินย้อนกลับมา กว่าจะถึง ผึ้งตัวอื่นก็เคล้าเกสรดอกไม้ไปหมดแล้ว ตนก็ไม่ได้เกสร
第一种类型的蜜蜂:不聪明,知道哪边的花开了,就一直往花开的方向
快速飞去。但它却飞过头了,当领悟到超过时又飞回 来,就要快到蜂巢的时候,其他的蜜蜂已经把花粉采 集完了,最终自己什么也得不到。
ผึ้งจำพวกที่ 2 ไม่ฉลาด บินไปช้าๆ พอไปถึงผึ้งตัวอื่นก็เคล้าเกสรไปหมดแล้ว ตนก็ไม่ได้เกสรเช่นเดียวกันกับพวกที่ 1
第二种类型的蜜蜂:不聪明,飞得很慢,当快要到达的时候,其他的蜜
蜂已经把花粉给采集完了。自己也跟第一种类型的蜜 蜂一样,采不到蜂蜜。
ผึ้งจำพวกที่ 3 ฉลาด บินไปไม่ช้านัก ไม่เร็วนัก คลึงเคล้าเอาเกสรได้สมปรารถนา
第三种类型的蜜蜂:聪明,不会飞得太慢或太快。但能够顺利的采集到花粉。
ผู้ทำความเพียรจัดไป ก็เหมือนกับ ผึ้งจำพวกที่ 1
ผู้ทำความเพียรอ่อนไป ก็เหมือนกับ ผึ้งจำพวกที่ 2
ผู้ทำความเพียรปานกลางสม่ำเสมอ ก็เหมือนกับ ผึ้งจำพวกที่ 3 สามารถบรรลุอัปปนาสมาธิ เข้าถึงปฐมมรรค หรือปฐมฌาน ได้สมปรารถนา
过度强硬的人就会如第一种类型的蜜蜂。
过度软弱的人就会如第二种类型的蜜蜂。
保持适度的人就会如第三种类型的蜜蜂。
如果能够到达安止定,就能如愿的证入初道或初禅。
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น